นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้บ่อฝังกลบขยะมูลฝอย (บ่อขยะเกาะแต้ว) ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ยังคงมีไฟไหม้บางจุดต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันสีดำจำนวนมากและกระทบคุณภาพอากาศในพื้นที่โดยรอบ ได้มอบหมายให้กรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพอากาศ 5 จุด โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ เช่น วัดสามกอง และ รพ.สต.เกาะแต้ว พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และ PM10 สูงเกินค่ามาตรฐาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางเช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ได้มีการสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่น N95 จำนวน 2,340 ชิ้น จัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นและมุ้งสู้ฝุ่น สนับสนุนศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมถึงดูแลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่แล้ว
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขขอให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตนเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนี้ 1) สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 เช่น N95 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีกลุ่มควัน 2) หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และงดออกนอกบ้านในช่วงค่าฝุ่นสูง หากไม่จำเป็น 3) ปิดประตูหน้าต่าง ลดการนำอากาศภายนอกเข้าบ้าน และหากมีเครื่องฟอกอากาศให้เปิดใช้งาน 4) ใช้ห้องปลอดฝุ่นหรือพื้นที่ปลอดภัย หากมีควันหนาแน่นหรือมีอาการระคายเคือง 5) งดใช้น้ำฝนและน้ำจากแหล่งน้ำเปิดใกล้พื้นที่เกิดเหตุ จนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย 6) หากมีอาการแสบตา แสบคอ ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ให้รีบพบแพทย์ทันที 7) กรณีควันหนาแน่นหรือได้รับผลกระทบรุนแรง ให้พิจารณาอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จัดไว้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพประชาชน
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า อันตรายจากไฟไหม้บ่อขยะจะมีความเสี่ยงมากกว่าไฟป่าทั่วไป เพราะมีสารเคมีหลายชนิด และไหม้คุกรุ่นใต้กองขยะเป็นเวลานาน กรมอนามัยจึงขอให้ประชาชนสังเกตอาการของตนเอง หากมีอาการแสบจมูก แสบคอ ไอ มีเสมหะ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ขอให้ไปพบแพทย์ทันที