สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ คาดว่า ธนาคารกลางรายใหญ่สี่แห่งจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจะทดสอบความอดทนของผู้ดำเนินนโยบายการเงิน นำโดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ขณะตลาดคาดว่าภาพดังกล่าวอาจเปลี่ยนไปในการประชุมรอบถัดไปในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ดี ในกรณีของญี่ปุ่นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังคงติดลบอย่างมีนัยสำคัญเพิ่มความเสี่ยงที่ว่าโทนการสื่อสารของบีโอเจอาจกระตุ้นแรงขายเงินเยนรอบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้กระทรวงการคลังญี่ปุ่นต้องเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินในที่สุด
สำหรับปัจจัยในประเทศ กรุงศรีคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 1.00% ในวันที่ 29 เมษายน แม้แรงกดดันจากเงินเฟ้อด้านต้นทุนเป็นขาขึ้น แต่การประคองเศรษฐกิจยังจำเป็น ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบภาคการผลิต การท่องเที่ยว และกำลังซื้อของครัวเรือน ทางด้าน Moody's ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยขึ้นเป็นมีเสถียรภาพ (Stable) จากเชิงลบ (Negative) และคงอันดับเครดิตประเทศที่ Baa1 โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากภาษีการค้าลดลงและการลงทุนเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างยังเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มในระยะกลาง