ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
- เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่าง บริษัท โพรเพลลา จำกัด และ วว. ในการคัดเลือก และพัฒนาศักยภาพผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมของไทย
- เพื่อเชื่อมโยงผลงานวิจัยของ วว. สู่กลไกการระดมทุนและการลงทุนเพื่อขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
- เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเตรียมความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยี กระบวนการผลิต และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง สำหรับการเข้าสู่ตลาด GCC และตลาดโลก
- เพื่อลดความซ้ำซ้อนของกลไกการสนับสนุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของประเทศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม
- เพื่อสนับสนุนการยกระดับผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้สามารถพัฒนาเป็นกิจการนวัตกรรมหรือโครงการเชิงพาณิชย์ที่มีศักยภาพในการเติบโต
- เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาเชิงลึก การร่วมทุน หรือโครงสร้างความร่วมมือทางธุรกิจที่เหมาะสม
ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ของประเทศ ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากผลงานวิจัยเข้ากับกลไกการลงทุนและการพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย โดย วว. จะทำหน้าที่สนับสนุนองค์ความรู้ การประเมินศักยภาพเทคโนโลยี และการคัดเลือกผลงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ สู่การยกระดับผู้ประกอบการผ่านการพัฒนาด้าน วทน. ของ วว.
"ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการลดช่องว่างระหว่าง "งานวิจัย" กับ "การนำไปใช้จริง" พร้อมทั้งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการไทย และการพัฒนาเศรษฐกิจด้านนวัตกรรมของประเทศในระยะยาวต่อไป" รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว. กล่าวสรุป
นายฐิติพัฒน์ ทวีสิน กล่าวว่า โพรเพลลาดำเนินธุรกิจด้าน Healthcare supply chain ที่มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงสินค้าและโซลูชันทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยดำเนินกิจการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับการลงนามในครั้งนี้ ถือเป็นความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับทาง วว. ในการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อสนับสนุนผลงานวิจัย โดยผ่านการพัฒนาโครงสร้างทางธุรกิจ การระดมทุน และการขยายตลาด รวมถึงการเชื่อมโยงตลาดในระดับสากล เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และผลักดันผู้ประกอบการไทย สู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเป้าสู่กลุ่มประเทศ GCC ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และจะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน