โครงการฯ นี้ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกร ยกระดับการผลิตไม้ดอกให้ได้มาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นพืชหลัก ได้แก่ ดาวเรือง เบญจมาศ แอสเตอร์ ปทุมมา และกุหลาบ ผ่านการบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุเหลือทิ้งเพื่อความยั่งยืน ดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ชัยภูมิ สงขลา และพัทลุง
รูปแบบการดำเนินงาน วว. และภาคีเครือข่ายใช้หลักการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับการปลูกไม้ดอกเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ พร้อมเสริมศักยภาพเกษตรกรให้สามารถบริหารจัดการแปลงปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ อาทิ ระบบควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติร่วมกับเซนเซอร์วัดความชื้นในดิน และระบบให้น้ำและปุ๋ยแบบแบ่งโซน ช่วยให้พืชได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ลดการใช้น้ำเกินความจำเป็น และรักษาคุณภาพของผลผลิต
เป้าหมายในการดำเนิน "โครงการการจัดการระบบน้ำและแปลงผลิตไม้ดอกเศรษฐกิจแบบองค์รวม" มีดังนี้
- การบริหารจัดการน้ำ (Water Management) ออกแบบระบบน้ำที่เหมาะสมกับไม้ดอกเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ
- การจัดการแปลงแบบองค์รวม (Holistic Management) พั ฒนาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการปลูก การดูแลรักษา ตามมาตรฐานสากล
- เทคโนโลยีแม่นยำสูง (Precision Farming) นำเทคโนโลยีดิจิทัลและอากาศยานไร้คนขับเข้ามาประยุกต์ใช้ในการเกษตร
- เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) นำไม้ดอกเหลือทิ้งจากการจำหน่าย มาผลิตเป็นของที่ระลึกหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
- พื้นที่เป้าหมาย มีการดำเนินงานในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคใต้ และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น จังหวัดขอนแก่น
แนวทางการจัดการของโครงการ ประกอบด้วย
- ระบบน้ำอัจฉริยะ วางระบบบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับชนิดพืชและพื้นที่
- นวัตกรรมแปลงผลิต นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาการผลิตไม้ดอกแบบครบวงจรตั้งแต่การปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว
- สร้างเครือข่ายและความรู้ ยกระดับทักษะเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ
โครงการนี้ช่วยเปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรแบบดั้งเดิมสู่อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง โดยมีประโยชน์หลักๆ คือ
1.ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ช่วยให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดปี ลดผลกระทบจากภัยแล้งและความร้อนรุนแรงด้วยการใช้เทคโนโลยีระบบน้ำหยดที่ส่งตรงถึงราก
2.ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต การนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 48% และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม
3.ยกระดับคุณภาพสินค้า เกษตรกรสามารถผลิตไม้ดอกที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย (Safe Agriculture) และมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่น เบญจมาศ และลิเซียนทัส
4.การจัดการแปลงแบบครบวงจร ลดความเสี่ยงจากการระบาดของโรคและแมลงด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์และการบริหารจัดการดินเชิงลึก
5.สร้างรายได้เสริมจากนวัตกรรม ส่งเสริมการแปรรูปไม้ดอกเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เช่น อาหารและเครื่องสำอาง เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆ
ผลลัพธ์เด่นจากการดำเนินโครงการที่เป็นรูปธรรม ได้แก่
1.ลดการใช้น้ำ >50% (ระบบอัจฉริยะ/กึ่งอัตโนมัติ)
2.ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมี >30%
3.คุณภาพผลผลิตดีขึ้นอย่างชัดเจน
4.ลดความเสียหายในการผลิต
5.รายได้เกษตรกรเฉลี่ย ? 60,000 บาท/ราย/ปี
6.รายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่า 50 ล้านบาท
จากความสำเร็จในการดำเนินงานของ วว. วช. และภาคีเครีอข่ายดังกล่าว เพื่อให้เกิดการขยายผลความสำเร็จไปสู่พื้นที่อื่นๆ ของประเทศอย่างยั่งยืนนั้น การดำเนินงานในอนาคตสำหรับระยะต่อไป โครงการมุ่งเน้นการขยายผลและเพิ่มประสิทธิภาพผ่านแนวทาง ดังนี้
1.การขยายพื้นที่ต้นแบบ ขยายผลความสำเร็จจากกลุ่มเกษตรกรใน 7 จังหวัดเป้าหมาย (เช่น เชียงใหม่ สงขลา พัทลุง) สู่พื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ภูเก็ต พังงา และนครศรีธรรมราช
2.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT นำระบบสารสนเทศและเซนเซอร์ (Internet of Things) มาใช้ในการพยากรณ์อากาศและการบริหารจัดการน้ำแบบแม่นยำ เพื่อรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ
3.การส่งเสริมเกษตรคาร์บอนต่ำ มุ่งสู่อุตสาหกรรมไม้ดอกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดการขยะจากแปลงผลิตแบบหมุนเวียน
จากบริบทการดำเนินงานของ "โครงการการจัดการระบบน้ำและแปลงผลิตไม้ดอกเศรษฐกิจแบบองค์รวม" ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ววน. "น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง" โดยเปลี่ยนการทำเกษตรแบบพึ่งพาธรรมชาติ สู่การบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและนวัตกรรมแปลงผลิตแม่นยำ เพื่อสร้างความพร้อมรับมือทุกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มีรายได้ที่ยั่งยืนจากไม้ดอกเกรดพรีเมี่ยม เป็นต้นแบบความสำเร็จที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อน้ำมั่นคง เศรษฐกิจฐานรากก็มั่งคั่ง และเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว