ฝ้าไม่ได้เกิดแค่บนผิวเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลมาจากภายในด้วย โดย 'ฝ้า' เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีเมลานินใต้ผิวหนัง ทำให้บางบริเวณมีสีเข้มกว่าปกติ ส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณโหนกแก้ม จมูก หน้าผาก คาง โดยมีลักษณะเป็นปื้น เป็นรอยคล้ำสีน้ำตาลอ่อนไปถึงเข้ม ซึ่งมีปัจจัยหลายด้านที่ส่งผลทำให้เกิดฝ้าได้ ทั้ง
- แสงแดด UV ที่กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน
- ความร้อนหรือแสงบางประเภท เช่น แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ
- การอักเสบของผิว เช่น สิว การแพ้ หรือการระคายเคือง
- อายุและการผลัดเซลล์ผิวที่ช้าลง พบได้ในช่วงอายุ 30 - 40 ปี ขึ้นไป
- ปัจจัยจากฮอร์โมน เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาคุมกำเนิด
- พันธุกรรม ที่ทำให้มีแนวโน้มเกิดฝ้าได้ง่าย
โดย 'ฝ้า' แบ่งออกเป็นหลายประเภท ซึ่งเกิดจากสาเหตุและปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป เช่น
- ฝ้าตื้น มีลักษณะสีน้ำตาลเข้ม ขอบชัด อยู่บนชั้นหนังกำพร้า
- ฝ้าลึก มีลักษณะสีน้ำตาลอมเทา ขอบไม่ชัด อยู่ในชั้นหนังแท้
- ฝ้าผสม มีลักษณะเป็นทั้งฝ้าตื้นและฝ้าลึกในบริเวณเดียวกัน
- ฝ้าแดด เกิดจากผิวถูกกระตุ้นจากแสงแดด UV สะสมเป็นเวลานาน มีลักษณะเป็นปื้นหรือจุดสีน้ำตาลบริเวณที่โดนแดดบ่อย เช่น โหนกแก้ม หรือ หน้าผาก
- ฝ้าเลือด มีลักษณะเป็นปื้นน้ำตาลแดง หรือ อมชมพู เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนัง เมื่อเส้นเลือดฝอยเกิดการขยายตัวผิดปกติ จากการโดนแดดเป็นเวลานาน หรือฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง
เมื่อเป็นฝ้าจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความกังวลใจหลายด้าน ทั้งกลัวว่าฝ้าจะขยายวงกว้างมากขึ้น มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ แต่งหน้าปกปิดยาก โดยปัจจุบันพบว่ามีหลายวิธีในการรักษา โดยต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการรักษา ไปพร้อมกับการป้องกันไม่ให้เกิดฝ้าได้ ทั้งควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด ทาครีมกันแดด ใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดดและความร้อน โดยอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถช่วยดูแลปัญหาผิวจากฝ้าได้ด้วยการบำรุงและฟื้นฟูผิวหน้า
โดย กิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร "กิฟฟารีน เมลาโปร" (Giffarine MelaPro) เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีความกังวลใจเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ เสมือนใส่ Filter ให้ผิว ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ผสาน 2 สารสกัดระดับโลก นำเข้าจากฝรั่งเศส ที่มีงานวิจัยรองรับอย่าง Pycnogenol (R) และ Oli-OlaTM โดยกิฟฟารีนเป็นแบรนด์แรกในไทยที่ใช้ Pycnogenol (R) ร่วมกับ Oli-OlaTM ซึ่งเป็นสารสกัดที่มีงานวิจัยเรื่องฝ้าโดยเฉพาะ
สำหรับ Pycnogenol (R) เป็นสารสกัดจากเปลือกสนมาริไทม์ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ที่มีประโยชน์หลากหลาย ไม่ใช่แค่เรื่องผิว แต่ครอบคลุมสุขภาพโดยรวมทั้ง ดวงตา ข้อ หัวใจและหลอดเลือด ความจำและสมอง ระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพผู้หญิง
ส่วน Oli-OlaTM เป็นสารสกัดจากมะกอก หนึ่งเดียวที่มีงานวิจัยเรื่องฝ้า โดยแหล่งปลูกมะกอกมาจากทางตอนใต้ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีสภาพอากาศที่เหมาะสม ทำให้ได้ผลผลิตมะกอกคุณภาพสูง
เพื่อให้ผิวสวยระดับ World Class คลายความกังวลทั้งฝ้าเก่า และฝ้าใหม่ ด้วย "Giffarine MelaPro" ผสานสารสกัดทั้ง 2 ชนิด ที่ช่วยดูแลฝ้าแบบ Multi-Mechanistic และบาลานซ์ความเข้มของเม็ดสี นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นของผิว เพื่อการดูแลผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อปกป้องทั้งภายในและภายนอกไปพร้อมกัน
อย่าให้ฝ้าต้องกลายเป็นปัญหากวนใจ ป้องกันให้ถูกวิธี หลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้เกิดฝ้าได้ ร่วมกับการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผิวหน้าเหมือนใส่ Filter และเฉิดฉายอย่างมั่นใจ พร้อมอวดผิวสวย