ขณะเดียวกัน กระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มแบรนด์ของบริษัทฯ ภายในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หลังการเปิดตัว XPENG X9 และ BMW iX3 รุ่นใหม่ ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม Premium Intelligent EV อาทิ ZEEKR 009, BMW i5 และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ภายในกลุ่ม ได้รับการตอบรับที่โดดเด่นจากผู้บริโภค และสร้างยอดจองในระดับสูง สะท้อนความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ยอดจองค้าง (Backorder) ของบริษัทฯ อยู่ในระดับสูงกว่า 2,000 คัน พร้อมเตรียมเร่งสปีดการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2 และต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลัง
ปี 2569 เป็นอีกปีที่ MGC-ASIA เดินหน้าต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังการวางรากฐานธุรกิจมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบันบริษัทฯ ก้าวสู่การเป็น Premium Mobility Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้ง รถยนต์กลุ่มพรีเมียม ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ บริการทางการเงิน ประกันภัย รถเช่ารถมือสอง บริการหลังการขาย และ Loyalty Ecosystem ซึ่งทุกธุรกิจเริ่มเชื่อมโยงระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมผลักดันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มี high margin และ recurring income เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ และการขยายตัวของ New Growth Engine ที่ชัดเจนมากขึ้น
MGC-ASIA ยังถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการโมบิลิตี้ อีโคซิสเทม ระดับพรีเมียม (Premium Mobility Ecosystem) ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีฐานลูกค้าคุณภาพและกำลังซื้อสูง ซึ่งถือเป็น strategic asset สำคัญในการต่อยอดธุรกิจในระยะยาว โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ 'MOBILIFE' แพลตฟอร์ม Loyalty Ecosystem ที่เชื่อมทุกบริการของลูกค้าไว้ในระบบนิเวศเดียว ผ่านการสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสินค้าและบริการจากแบรนด์ชั้นนำ ที่บริษัทฯ คัดสรรมาโดยเฉพาะ รวมถึงแลกตั๋วเครื่องบินผ่าน MGC Aviation ได้โดยตรง ซึ่งช่วยสร้างความภักดีของลูกค้า และเพิ่มการใช้บริการภายในระบบนิเวศของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง
MGC-ASIA โชว์ฟอร์มแกร่ง เติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ
- Neo Mobility Asia หนุน EV Ecosystem เติบโตต่อเนื่อง
การรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia เต็ม 100% เริ่มสะท้อนเข้ามาอย่างชัดเจน โดยปัจจุบัน Neo Mobility Asia มีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่าง XPENG และ ZEEKR อยู่ภายใต้พอร์ตโฟลิโอธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าทยอยส่งมอบรถตาม Backorder จำนวนกว่า 2,000 คัน อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม และสนับสนุนการเติบโตของรายได้และผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป - Alpha X-Howden Maxi เติบโตต่อเนื่อง
ธุรกิจการเงินผ่าน Alpha X เติบโตจากกลุ่ม Wealth Lending ลูกค้าระดับพรีเมียม โดยมีส่วนแบ่งกำไร 11.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,765.3% (YoY) ขณะที่ธุรกิจประกันภัย Howden Maxi เติบโตจากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง - MASTER CAR RENTAL และ SIXT รถเช่า ประเทศไทย รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว
ธุรกิจรถเช่ามีรายได้ 489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% (YoY) จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและความต้องการใช้รถจากลูกค้าองค์กร พร้อมเสริมพอร์ตรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตมากขึ้น - ธุรกิจรถมือสอง หนุน Margin เติบโต
ธุรกิจรถยนต์มือสองมีรายได้ 273.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% (YoY) โดยยังคงรักษา marginได้ในระดับที่ดี จากการบริหารรถในสต็อกและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ - Aftersales-MMS สร้างรายได้ประจำแข็งแกร่ง
ธุรกิจบริการหลังการขายมีรายได้ 931 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการในกลุ่ม BMW, MINI, Honda, XPENG, ZEEKR, Rolls-Royce, BMW Motorrad, Harley-Davidson และ MMS ตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Premium Mobility Ecosystem ทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ BMW Millennium Auto จังหวัดอุดรธานี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเติมจากจังหวัดอุบลราชธานี สะท้อนศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ หลังบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่าย BMW Millennium Auto ที่แข็งแกร่งในโซนภาคใต้ ทั้งภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายศักยภาพการบริการด้านศูนย์ซ่อมสี-ตัวถัง ผ่าน MMS เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์ premium และ EV ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มองว่า ธุรกิจบริการหลังการขายของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี มาตรฐานความปลอดภัย และทีมช่างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในปัจจุบัน
ขณะที่การทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ รวมถึงการลงทุนขยายระบบนิเวศและเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง จะเริ่มทยอยสะท้อนผ่านการเติบโตของรายได้และคุณภาพกำไรในช่วง
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA กล่าวว่า "อุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงยอดขายรถยนต์อีกต่อไป แต่จะเป็นการแข่งขันของระบบนิเวศที่สามารถเชื่อมโยงลูกค้า สร้าง recurring relationship และต่อยอดมูลค่าได้ตลอดวัฏจักรของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ MGC-ASIA ได้วางรากฐานยาวนานเป็นเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการเติบโตด้วยคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในรูปแบบสงครามราคา และเริ่มสะท้อนผ่านผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น"
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาและเยาวชน ผ่านการจัดการแข่งขัน 'XPENG Cup International Ice Hockey' เพื่อส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทย และสร้าง community engagement ภายใต้แบรนด์ premium lifestyle ecosystem ของกลุ่มบริษัทฯ