ผลศึกษา HERE เผย ระบบนำทางมีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในไทย

  • ผลศึกษาล่าสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ชี้บทบาทสำคัญของระบบนำทางในการยกระดับความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมความมั่นคงของรายได้ในแต่ละวัน ภายใต้ระบบการเดินทางของประเทศไทย
  • Friday 15 May 2026 12:36
ผลศึกษา HERE เผย ระบบนำทางมีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในไทย

การเดินทางโดยรถจักรยานยนต์ถือเป็นส่วนสำคัญของการคมนาคมและเศรษฐกิจ

ในชีวิตประจำวันของคนไทย ล่าสุด HERE Technologies ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีแผนที่และข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง เปิดเผยผลการศึกษาระดับภูมิภาคเรื่อง "Inside the Two-Wheeler Landscape in APAC: Key Trends and Rider Behaviors" โดยชี้ให้เห็นว่า ผู้ขับขี่รถสองล้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาระบบนำทางเพียงเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการสร้างรายได้ ลดความผิดพลาดในการเลือกเส้นทาง และบริหารจัดการงานจัดส่งที่มีข้อจำกัดด้านเวลา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมในเมืองที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

การศึกษาครั้งนี้จัดทำขึ้นโดย HERE Technologies และดำเนินการวิจัยโดย Point Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการวิจัยอิสระ

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ผู้ขับขี่ในประเทศไทยมีการพึ่งพาระบบนำทางสูงในด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน การตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย โดยสำรวจผู้ขับขี่มากกว่า 2,400 ราย ครอบคลุมประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และเวียดนาม ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศไทยจำนวน 401 รายและความมั่นคงของรายได้ในแต่ละวัน

ผู้ขับขี่ไทยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในการใช้งานระบบนำทาง

ผู้ขับขี่ไทยที่เข้าร่วมการสำรวจสะท้อนความต้องการฟีเจอร์ระบบนำทางที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานประจำวันอย่างชัดเจน โดยผลการศึกษาพบว่า:

  • 32% ให้ความสำคัญกับการวางแผนเส้นทางหลายจุดแวะที่ชาญฉลาดขึ้น (Multi-stop routing)
  • 24% ต้องการคำแนะนำเส้นทางที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่
  • 18% ให้ความสำคัญกับการคาดการณ์เวลาเดินทางถึงที่หมายอย่างแม่นยำ (Estimated Time of Arrival: ETA)

ผลการสำรวจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของระบบนำทางในประเทศไทยในสองด้านคือการช่วยให้การเดินทางในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการช่วยให้ผู้ขับขี่ลดความเสี่ยงบนท้องถนน

จากผลการสำรวจยังพบว่า ผู้ขับขี่ไทยใช้งานระบบนำทางเสมือนผู้ช่วยในการเดินทางแบบเรียลไทม์ โดยมีการใช้งานแอปพลิเคชันนำทาง อุปกรณ์ GPS และอุปกรณ์ติดตั้งสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลาย เพื่อให้สามารถรับคำแนะนำเส้นทางได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระดับความพึงพอใจสะท้อนถึงการพึ่งพาระบบนำทางอย่างชัดเจน โดย 42% ของผู้ขับขี่ระบุว่ามีความ "พึงพอใจมาก" ต่อการใช้งาน และประเทศไทยมีคะแนนความพึงพอใจต่อระบบนำทางเฉลี่ยอยู่ที่ 8.18 คะแนน

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและข้อจำกัดของระบบนำทางที่เพิ่มภาระในการทำงานให้กับผู้ขับขี่

ประเทศไทยอยู่ในระดับกลาง่เมื่อเทียบด้านการรับรู้ความปลอดภัยของผู้ขับขีในระดับภูมิภาค โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความหนาแน่นของการจราจร และสภาพถนนที่หลากหลาย

ทั้งนี้ ความท้าทายหลักด้านความปลอดภัยที่พบ ได้แก่:

  • 71% ของผู้ขับขี่รู้สึกไม่ปลอดภัยจากปัญหาถนนเป็นหลุมเป็นบ่อหรือพื้นผิวถนนชำรุด
  • 69% ระบุว่ารถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสารสาธารณะเป็นอันตรายหลักบนท้องถนน

ความเสี่ยงเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้นจากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของระบบนำทาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงานประจำวัน ดังนี้:

  • 56% ประสบปัญหาความล่าช้าจากการนำทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ
  • 55% ระบุว่าการคาดการณ์เวลาเดินทางมีความคลาดเคลื่อน

ความท้าทายเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการจัดส่ง โดยเฉพาะในกลุ่มไรเดอร์และผู้ส่งสินค้าที่ต้องพึ่งพาการวางแผนเส้นทางที่คาดการณ์ได้ ระบบนำทางจึงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการสร้างรายได้ เนื่องจากความผิดพลาดในการนำทางสามารถนำไปสู่การส่งที่ล่าช้า คะแนนรีวิวที่ลดลง และความผันผวนของรายได้ ทั้งนี้ ยังสะท้อนถึงความต้องการระบบนำทางที่มีความแม่นยำแบบเรียลไทม์ ให้คำแนะนำที่เชื่อถือได้ และสามารถเลือกเส้นทางโดยคำนึงถึงความเสี่ยงบนท้องถนน

ความต้องการระบบนำทางที่ชาญฉลาดและปลอดภัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ผู้ขับขี่ในประเทศไทยที่เข้าร่วมการสำรวจสะท้อนความต้องการให้มีการพัฒนาความสามารถด้านการวางแผนเส้นทางที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการลดความเสี่ยง

โดยฟีเจอร์ที่ผู้ขับขี่ต้องการมากที่สุด ได้แก่:

  • อันดับ 1: การวางแผนเส้นทางหลายจุดแวะที่ชาญฉลาดขึ้น (32%)
  • อันดับ 2: คำแนะนำเส้นทางที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ (24%)
  • อันดับ 3: การคาดการณ์เวลาเดินทางถึงที่หมายแบบเรียลไทม์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น (18%)

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการที่ชัดเจนในการพัฒนาฟีเจอร์หลักของระบบนำทาง เพื่อเพิ่มความชัดเจน ความสามารถในการคาดการณ์ และสนับสนุนการตัดสินใจบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

HERE Technologies: ระบบนำทางต้องช่วยให้ผู้ขับขี่รับมือความเสี่ยงได้ล่วงหน้า

อภิจิต เซนกุปตา ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ของ HERE Technologies กล่าวว่า "ผู้ขับขี่ชาวไทยต้องเผชิญกับความซับซ้อนของการจราจร สภาพอากาศ และสภาพถนนในทุกๆ วัน ระบบนำทางที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รับมือความเสี่ยงเหล่านั้นได้ล่วงหน้า มีคุณค่ามากกว่าการช่วยประหยัดเวลาเพียงไม่กี่นาที โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ระบบนำทางมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับรายได้ การตระหนักด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการทำงานประจำวัน การนำทางแบบเรียลไทม์ที่คำนึงถึงความเสี่ยงจึงมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจและควบคุมสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น"

ขณะที่ระบบการเดินทางในเขตเมืองของประเทศไทยมีความซับซ้อนมากขึ้น ความต้องการระบบนำทางที่มีความแม่นยำ คำนึงถึงความปลอดภัย และมีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตอกย้ำบทบาทของระบบนำทาง ในการสนับสนุนประสิทธิภาพของผู้ขับขี่และการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

ขณะที่ระบบการเดินทางในเขตเมืองของประเทศไทยมีความซับซ้อนมากขึ้น ความต้องการระบบนำทางที่มีความแม่นยำ คำนึงถึงความปลอดภัย และมีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตอกย้ำบทบาทของระบบนำทาง ในการสนับสนุนประสิทธิภาพของผู้ขับขี่และการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน