นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET เปิดเผยว่า "ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ ได้รับแรงหนุนจากเทรนด์การเติบโตของอุตสาหกรรม Cloud และ Data Center ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้งปัจจัยสำคัญมาจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกระแส AI, Big Data, และ Cyber Security ที่ผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และ สามารถรองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้มากขึ้น จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้จากการขายและให้บริการกว่า 846.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.03% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติซึ่งไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุน INETREIT อยู่ที่ 65.65 ล้านบาท และสามารถสะสมฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 6,746 ราย เติบโตเกือบ 6.61% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มีจำนวน VMI สะสมที่ 108,701 หรือเติบโตกว่า 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า บริษัทฯ ยังคงมีกำไรจากการดำเนินงานในระดับมั่นคง สะท้อนศักยภาพธุรกิจที่แข็งแกร่งและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบการจ่ายเงินปันผล สำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.126 บาท คิดเป็นจำนวนเงินรวม 75.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.89% จากปีก่อน โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เดือนเมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นในวันที่ 22 เดือนพฤษภาคม 2569
นางมรกต กล่าวเพิ่มเติมว่า "แผนธุรกิจในปี 2569 นี้ บริษัทฯ เดินหน้าตอกย้ำการเป็นผู้นำด้าน Sovereign Provider มุ่งขับเคลื่อนอธิปไตยข้อมูลภายในประเทศ ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโดยคนไทย เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยตั้งเป้าจำนวน VMI สะสมที่ 150,000 VMI และขยายฐานลูกค้าภาครัฐและเอกชนรวมกว่า 8,000 ราย
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าลงทุนโครงการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลแห่งที่ 4 (INET-IDC4) ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือเป็น Digital Hub แห่งใหม่ของภูมิภาคอีสาน รองรับความต้องการใช้งานด้าน Cloud, Big Data และ AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดย INET-IDC4 สามารถรองรับการให้บริการได้มากกว่า 400,000 VMI และคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2570 เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ และรองรับแนวคิด Data Sovereignty ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน"