SCL ฟอร์มแกร่ง Q1/69 กำไรพุ่ง 44.8% รายได้แตะ 576 ลบ. รับดีมานด์อะไหล่โตต่อเนื่อง - เดินเกมขยายพอร์ตสินค้า หนุนการเติบโตยั่งยืน

SCL โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่ง กวาดรายได้ 576.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.23% ดันกำไรสุทธิแตะ 19.40 ล้านบาท เติบโต 44.84% รับแรงหนุนดีมานด์ซ่อมบำรุงรถยนต์และคำสั่งซื้อกลุ่มลูกค้าหลักขยายตัว พร้อมเดินหน้าขยายสินค้า-บริหารสต็อก เสริมศักยภาพการแข่งขัน ตอกย้ำแนวโน้มอุตสาหกรรมอะไหล่รถยนต์ยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

Monday 18 May 2026 17:29
SCL ฟอร์มแกร่ง Q1/69 กำไรพุ่ง 44.8% รายได้แตะ 576 ลบ. รับดีมานด์อะไหล่โตต่อเนื่อง - เดินเกมขยายพอร์ตสินค้า หนุนการเติบโตยั่งยืน

นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของไทย รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โชว์ฟอร์มอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ที่ยังมีดีมานด์จากตลาดซ่อมบำรุงรักษาที่ได้รับแรงหนุนจากจำนวนรถยนต์ใช้งานในประเทศที่อยู่ในระดับสูง

โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 19.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท หรือเติบโต 44.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 59.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.94 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.31% ปรับตัวดีขึ้นจาก 10.09% ในปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและโครงสร้างสินค้าที่ดีขึ้น

ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 576.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.82 ล้านบาท หรือเติบโต 22.23% ประกอบด้วยรายได้หลักจากการขายผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของค่ายรถยนต์ต่างๆ (Genuine Parts) เติบโตโดดเด่นที่ 24.73% จากความต้องการซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าหลักที่ขยายตัว และกลุ่มรายได้จากการขายอะไหล่ทดแทน (Replacement Parts) โดยบริษัทสามารถบริหารจัดการสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการอย่างสม่ำเสมอ และทยอยเพิ่มสินค้าใหม่เข้าสู่พอร์ตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเติบโตของยอดขายควบคู่กับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สะท้อนทิศทางธุรกิจที่ยังขยายตัวได้ดี สอดคล้องกับดีมานด์ในตลาดซ่อมบำรุงรถยนต์ที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับจุดแข็งของบริษัทในฐานะศูนย์กลางการจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมมากกว่า 200,000 รายการ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว

"บริษัทมุ่งมั่นเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งกลุ่มอะไหล่แท้และอะไหล่ทดแทน ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสต็อกสินค้า รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายลูกค้า เพื่อรองรับความต้องการที่ยังเติบโต และผลักดันการเติบโตของรายได้และกำไรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้" นายสกล กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าปัจจัยสนับสนุนระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง ทั้งจำนวนรถยนต์สะสมในประเทศที่เพิ่มขึ้น การยืดอายุการใช้งานรถยนต์ของผู้บริโภค ตลอดจนพฤติกรรมการดูแลรักษารถยนต์ที่มีความถี่มากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ พร้อมตอกย้ำศักยภาพในการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะถัดไป