ทั้งนี้ การดำเนินโครงการที่ผ่านมา (ระยะที่ 1) กำหนดให้เอกชนต้องจัดหาจักรยานไม่น้อยกว่า 500 คัน/ราย และให้คนไทยใช้งานได้ฟรี 1 ชั่วโมงแรก ปัญหาที่พบในระยะที่ 1 คือ จำนวนจักรยานและจุดยืม-คืนไม่เพียงพอ ในระยะที่ 2 จึงได้กำหนดให้จัดหาจักรยานไม่น้อยกว่า 1,500 คัน/ราย ภายในปีแรก ส่งผลให้เอกชนต้องลงทุนสูงและแบกรับความเสี่ยง ดังนั้น เพื่อให้โครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ จึงกำหนดเป็นโครงการนำร่อง 3 ปี โดย กทม. ไม่เก็บค่าให้สิทธิ ทั้งนี้ สจส. ได้ลงประกาศเชิญชวนนักลงทุนและผู้สนใจรับสิทธิ โครงการบริการจักรยานสาธารณะ กทม. (Bike Sharing) ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขเข้ามาดำเนินการ ไม่ได้จำกัดจำนวน โดยไม่ใช่การให้สิทธิผูกขาดแก่เอกชนรายใดรายหนึ่ง
สำหรับโครงการจักรยานสาธารณะ กทม. (Bike Sharing) ประชาชนจะได้รับความสะดวกและประหยัดเวลา ประหยัดค่าใชจ่าย เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง โดย กทม. พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง หันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น ลดปริมาณรถบนถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด และนำมาสู่การลดการใช้พลังงานที่เป็นสาเหตุของปัญหามลพิษทางอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบัน กทม. ได้ปรับปรุงเส้นทางจักรยานกว่า 180 กิโลเมตร ครอบคลุม 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้จักรยานในการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะต่าง ๆ รวมทั้งการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการใช้จักรยานเป็นทางเลือกในการเดินทางของประชาชนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย