ความท้าทายหลักในการขนส่งสินค้าอาหารไปต่างประเทศ
การส่งออกอาหารแห้งข้ามพรมแดนต้องเจอกับความเสี่ยงหลายอย่างระหว่างทาง หากไม่ได้วางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้า สินค้าอาจเสียหายก่อนถึงมือลูกค้า โดยปัญหาหลักๆ ที่มักจะเจอมีดังนี้
1. สภาพอากาศ ความชื้น และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง
การขนส่งทางเรือหรือทางอากาศมักจะต้องเดินทางผ่านภูมิประเทศที่มีสภาพอากาศแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความชื้นและอุณหภูมิที่สูงขึ้นภายในตู้คอนเทนเนอร์ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อาหารแห้งเกิดความชื้นสะสม จนนำไปสู่ปัญหาเชื้อรา หรือทำให้ไขมันในขนมเกิดปฏิกิริยากับอากาศจนเหม็นหืนได้ง่าย
2. แรงกดทับและแรงกระแทกระหว่างการเคลื่อนย้าย
ขั้นตอนการจัดเรียงซ้อนกล่องสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงแรงสั่นสะเทือนตลอดการเดินทางไกล เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก หากซองบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ไม่มีความเหนียวหรือทนแรงกระแทกได้ไม่ดีพอ ก็อาจจะทำให้ถุงแตก ปริแตกตามรอยซีล หรือเกิดการรั่วซึมระหว่างทางได้
3 ปัจจัยสำคัญในการเลือกบรรจุภัณฑ์ส่งออก
เพื่อแก้ปัญหาและลดความเสี่ยงเหล่านี้ การเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าส่งออกจึงต้องดูคุณสมบัติที่สูงกว่าของที่วางขายในประเทศทั่วไป โดยมีปัจจัยหลักๆ 3 ข้อที่ต้องนำมาพิจารณาคือ
1. โครงสร้างฟิล์มที่ป้องกันสิ่งกระตุ้นภายนอกได้ดี
แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้วัสดุที่มีชั้นอลูมิเนียมฟอยล์หรือไนลอนเป็นส่วนประกอบ เพราะวัสดุเหล่านี้มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยบล็อกแสงแดด อากาศ และความชื้นได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยรักษากลิ่นและรสชาติของอาหารให้เหมือนเพิ่งผลิตเสร็จใหม่ๆ ออกจากเตา
2. ระบบการซีลปิดผนึกที่แน่นหนา ป้องกันลมรั่ว
รอยซีลบริเวณขอบถุงต้องมีความแข็งแรงและทนแรงดันอากาศได้ดีเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อต้องส่งสินค้าทางเครื่องบิน หรือช่วงที่ความดันในตู้คอนเทนเนอร์มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันไม่ให้ถุงแฟบ แตก หรือมีลมซึมเข้าไปทำลายความกรอบของขนม
3. มีฟังก์ชันเปิด-ปิดซ้ำเพื่อความสะดวก
การเลือกใช้ซองที่มีตัวซิปล็อคคุณภาพสูงจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าได้มาก เพราะลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่มักจะชอบแพคเกจจิ้งที่สามารถแบ่งกินได้หลายครั้ง โดยที่ของข้างในยังคงความกรอบอร่อยและป้องกันไม่ให้มดหรือแมลงเข้าไปกวนได้เป็นอย่างดี
เพิ่มโอกาสแข่งขันด้วยพาร์ทเนอร์ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน
ตลาดส่งออกในปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงมาก การทำงานร่วมกับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีความเชี่ยวชาญจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นจะส่งถึงมือลูกค้าปลายทางอย่างปลอดภัย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง World Packaging Industry จะช่วยให้ผู้ส่งออกทำงานได้ง่ายและอุ่นใจมากขึ้น เพราะที่นี่มีบริการผลิตบรรจุภัณฑ์มาตรฐาน Food Grade ที่ป้องกันการรั่วซึมและความชื้นได้ดีเยี่ยม พร้อมด้วยงานพิมพ์สีสันคมชัดที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ไปสู้ในตลาดโลกได้แบบไม่อายใคร
สรุปบทความ
การทำธุรกิจส่งออกจะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ได้จบลงแค่ตอนที่ตกลงรับออเดอร์ แต่หัวใจสำคัญคือการรักษาคุณภาพสินค้าให้สมบูรณ์แบบไปจนถึงมือลูกค้าปลายทาง การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ช่วยลดปัญหาของเสีย ลดการตีกลับสินค้า และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทางธุรกิจในระยะยาวได้อย่างแท้จริง