จากมุมมองดังกล่าว BBLAM จึงนำเสนอ B-SELECT ประจำเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อเป็นแนวทางในการจัดพอร์ตลงทุนให้สอดรับกับภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเน้นการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์
ในกลุ่ม ตราสารหนี้ไทย (Thai Fixed Income) แนะนำกองทุน B-STPLUS ซึ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และเป็นอีกทางเลือกในการบริหารสภาพคล่อง ในช่วงที่อัตราผลตอบแทนอาจมีความผันผวนมากขึ้นในครึ่งปีหลัง
ด้าน ตราสารหนี้ต่างประเทศ (Global Fixed Income) กองทุน B-DYNAMIC BOND ที่เน้นตราสารหนี้ต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนมุมมองว่า Bond Yield มีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดของวัฏจักร และอาจทยอยปรับลดลงในกรณีที่ราคาน้ำมันโลกเริ่มอ่อนตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มนี้ในระยะถัดไป
สำหรับ หุ้นต่างประเทศ (Global Equity) แนะนำกองทุน B-USPPASSIVE ที่ลงทุนใน ETF ที่อ้างอิงกับดัชนี S&P 500 ที่ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ควบคู่กับการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม และกระแสการย้ายฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ (US Reshoring) ซึ่งช่วยสนับสนุนการลงทุนในภาคการผลิตและภาคเอกชน
ขณะที่ ตลาดหุ้นไทย กองทุน BKA หรือกองทุนบัวแก้ว กองทุนหุ้นไทยที่เน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มที่เชื่อมโยงกับการเติบโตเชิงโครงสร้าง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ สาธารณูปโภค/โรงไฟฟ้า และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จาก AI Supply Chain การขยายตัวของ Data Center และเงินลงทุนจากต่างชาติ
ในส่วนของ สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Investment) กองทุน BGOLD กองทุนทองคำยังคงมีบทบาทในฐานะเครื่องมือกระจายความเสี่ยงของพอร์ต โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้ม Bond Yield การเข้าซื้อของธนาคารกลาง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก
นอกจากนี้ BBLAM ยังมองเห็นโอกาสจาก การลงทุนตามแนวโน้มโลก (Thematic Investment) โดยเฉพาะการเติบโตของเทคโนโลยี AI และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจในระยะยาว ผ่านกองทุน
- B-INNOTECH กองทุนเทคโนโลยี จากแนวโน้มการนำ AI ไปใช้ในภาคธุรกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง
- B-ASIATECH กองทุนเทคโนโลยีฝั่งเอเชีย ที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และ AI Infrastructure
- B-SIP กองทุนหุ้นความยั่งยืน ซึ่งเชื่อมโยงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานรองรับ Data Center
- B-CNNEXT กองทุนหุ้นจีนที่บริหารโดย บลจ.สัญชาติจีน ที่สะท้อนการยกระดับอุตสาหกรรมและการใช้ระบบอัตโนมัติ
- B-JPPASSIVE ที่ลงทุนใน ETF ที่อ้างอิงดัชนี Nikkei 225 ที่ได้แรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของกำไรบริษัทและการปรับปรุงบรรษัทภิบาลในญี่ปุ่น
BBLAM มองว่าการจัดพอร์ตลงทุนที่สมดุลระหว่างการบริหารความเสี่ยง และการมองหาโอกาสใหม่ๆ จากแนวโน้มการเติบโตระยะยาว จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพอร์ต และสนับสนุนให้ผู้ลงทุนสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333 หรือ www.bangkokbank.com รวมทั้ง BBLAM โทร. 0 2674 6488 กด 8 หรือ www.bblam.co.th และผู้สนับสนุนการขายหน่วยลงทุนที่ได้รับการแต่งตั้ง
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นกับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน