ช่วงครึ่งแรกของการประชุมได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายประเทศในเอเชียร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และมุมมองทางวิชาชีพ เริ่มต้นด้วยหัวข้อ "Analysing Linguistic Evidence: A Case Study in the Philippines" โดย Kaela Madrunio นักภาษาศาสตร์นิติวิทยาศาสตร์และเลขานุการสมาคม Philippine Association for Forensic and Legal Linguistics ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้นำเสนอกรณีศึกษาการวิเคราะห์หลักฐานทางภาษาและบทบาทของภาษาศาสตร์ในกระบวนการยุติธรรม
ต่อด้วยหัวข้อ "Power of Sharing: My Journey as an Interpreter" โดย Gracia Siahaan ล่ามวิชาชีพสามภาษา (ญี่ปุ่น-อังกฤษ-อินโดนีเซีย) จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้แบ่งปันประสบการณ์การทำงานในสายอาชีพล่าม ตลอดจนความสำคัญของการถ่ายทอดความรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องในวิชาชีพ
ในช่วงบ่าย Asst. Prof. Dr. Mohammed H. Alaqad จาก Universiti Malaya และประธาน Asian Federation of Translators and Interpreters (AFTI) ประเทศมาเลเซีย ได้บรรยายในหัวข้อ "Artificial Intelligence in Interpreting: Challenges, Limitations, and the Enduring Role of Human Interpreters in the Age of AI" โดยเน้นถึงผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ต่อวิชาชีพล่าม รวมถึงข้อจำกัดของเทคโนโลยีและบทบาทสำคัญที่ล่ามมนุษย์ยังคงมีต่อการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม
จากนั้น Dr. Priti Bhatia ประธานสมาคมล่ามแห่งประเทศอินเดีย ได้นำเสนอหัวข้อ "Voices Across Languages: Why India Needs a National Interpreters Association" โดยกล่าวถึงความสำคัญของการจัดตั้งองค์กรวิชาชีพล่ามระดับชาติ และบทบาทของสมาคมวิชาชีพในการส่งเสริมมาตรฐาน จริยธรรม และการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพ