กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาและสร้างโอกาสทางการค้าในเวทีสากลให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านภารกิจการเยือนนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายความร่วมมือกับหน่วยงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของจีน ศึกษาต้นแบบการพัฒนาและต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาในภาคธุรกิจสร้างสรรค์ ตลอดจนส่งเสริมโอกาสทางการตลาดให้แก่สินค้า GI ไทยในกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียม
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้มอบนโยบายให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ผ่านการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการ พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่โอกาสทางการค้าในตลาดโลก โดยในการปฏิบัติภารกิจของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่นครเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ ตนและคณะได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและแนวปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญาในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการตรวจสอบคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในขั้นตอนการตรวจสอบคำขอเบื้องต้น การยกระดับความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิและป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้าน IP Finance เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการ
จากนั้น อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และคณะ ได้เดินทางไปยัง The Bund City Hall เพื่อหารือกับผู้บริหารของ MINISO ซึ่งเป็นบริษัทด้านค้าปลีก (Retail Company) จากประเทศจีนที่ก่อตั้งเมื่อปี 2556 จำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ อาทิ ของใช้ภายในบ้าน เครื่องเขียน เครื่องสำอาง ของเล่น และสินค้าแฟชั่น โดยใช้โมเดลธุรกิจที่เน้นการออกแบบ (Design-led Retail) ผ่านความร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์ (IP Licensing) และ Character ระดับโลก ทั้งนี้ MINISO ได้เปิดแกลอรี่แสดงภาพวาดผลงานศิลปะของศิลปินในสังกัดเป็นที่แรกในเซี่ยงไฮ้ และมีแผนคัดเลือกผลงานศิลปะของจิตรกรและนักสร้างสรรค์ที่มีชื่อเสียงในเอเชีย สลับกันมาจัดแสดงที่ Miniso Gallery นี้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันจัดแสดงผลงานของ Ryo Laksamana หรือที่รู้จักในชื่อ RYOL ศิลปินร่วมสมัยชาวอินโดนีเซีย ภายใต้นิทรรศการเปิดตัว "Life from the Corner of My Room" จัดแสดงผลงานภาพวาด ประติมากรรม และงานจัดวาง (Installation) ซึ่งถือเป็นนิทรรศการเดี่ยว (Solo Exhibition) ของ RYOL และเป็นนิทรรศการแรกของ MINISO Gallery ที่นครเซี่ยงไฮ้
ในโอกาสนี้ กรมฯ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้บริหารของ MINISO เกี่ยวกับแนวทางการคัดเลือกศิลปิน การพัฒนาผลงานสร้างสรรค์สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจากการหารือของทั้งสองฝ่าย ได้เปิดโอกาสสำคัญให้แก่ผู้ประกอบการ Character และศิลปินไทย อาทิ การพัฒนาสินค้า Character ไทยเพื่อผลิตและจำหน่ายผ่านช่องทางค้าปลีกของ MINISO การต่อยอดสู่ความร่วมมือในรูปแบบ Licensing Partner สำหรับ Character ที่มีศักยภาพ และการนำผลงานของศิลปินไทยเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงของ MINISO Gallery เพื่อสร้างการรับรู้และขยายโอกาสสู่ตลาดจีนและตลาดต่างประเทศ ทั้งนี้ MINISO มีความสนใจที่จะนำผลงาน "น้องมะม่วง" ของ ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร และผลงาน "Wednesday" คาแรกเตอร์สุนัขพันธุ์ดัชชุนด์ ของ นิวเยียร์-ปภากร ศรีกัลยกร มาจัดแสดงที่ MINISO Gallery ในนครเซี่ยงไฮ้ช่วงต้นปี 2570 นี้
นอกจากนี้ ทาง MINISO ยังพร้อมที่จะมาพบกับศิลปินนักสร้างสรรค์ไทย ในงาน Thailand Character and Content Expo (TCEX) มหกรรมแสดงผลงานและเจรจาธุรกิจด้านคาแรกเตอร์ คอนเทนต์ และทรัพย์สินทางปัญญาสร้างสรรค์ของประเทศไทย ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญามีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 12 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอนและสยามเซ็นเตอร์ และงาน Art Universe Thailand การจัดแสดงผลงานลิขสิทธิ์ของศิลปินไทยและสร้างโอกาสในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ผ่านเครือข่ายศิลปิน ผู้ประกอบการ นักลงทุน นักสะสม และภาคธุรกิจ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 - 16 สิงหาคม 2569 ณ Cloud 11 Bangkok เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักสร้างสรรค์ไทยกับพันธมิตรระดับนานาชาติ อันจะนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจและการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสากล
นอกเหนือจากการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แล้ว กรมฯ ยังเดินหน้าขยายโอกาสทางการตลาดสินค้า GI ไทยในห้างค้าปลีกจีน โดยนำผู้ประกอบการสินค้า GI ไทยจาก 6 จังหวัด ได้แก่ 1) ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ 2) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) 3) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี 4) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) 5) ทุเรียนจันท์ (จันทบุรี) และ 6) มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก เข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับ Ole Boutique Supermarket ห้างค้าปลีกระดับพรีเมียมของนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่องทางการจำหน่ายที่มีศักยภาพสำหรับสินค้า GI ไทย เนื่องจากกลุ่มลูกค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ความปลอดภัย และเรื่องราวของแหล่งกำเนิดสินค้า อันเป็นจุดเด่นสำคัญของสินค้า GI ไทย โดยผู้ประกอบการได้รับโอกาสในการนำเสนออัตลักษณ์และคุณภาพของสินค้า GI ไทยแก่คู่ค้าจีนโดยตรง พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของตลาดและแนวโน้มการบริโภคของผู้บริโภคระดับพรีเมียม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสินค้า การขยายตลาด และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีสินค้า GI ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 260 รายการ และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 116,253 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสินค้า GI ไทยในต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค เพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า และขยายโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยปัจจุบันมีสินค้า GI ไทย 11 รายการที่ได้รับความคุ้มครอง GI ใน 33 ประเทศ โดยปัจจุบันยังไม่มีสินค้าไทยที่ได้รับความคุ้มครอง GI ในจีน โดยไทยได้ยื่นคำขอต่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีน (China National Intellectual Property Administration: CNIPA) ไว้แล้ว 3 รายการและอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ มหาสารคาม และศรีสะเกษ) ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (นครศรีธรรมราช) และมะขามหวานเพชรบูรณ์
นางอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า การเยือนนครเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้สะท้อนบทบาทของกรมฯ ในการเชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญาเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการขยายโอกาสทางการค้า ทั้งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับหน่วยงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของจีน การศึกษาต้นแบบการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาจากภาคธุรกิจสร้างสรรค์ชั้นนำ และการผลักดันสินค้า GI ไทยสู่ตลาดผู้บริโภคคุณภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว