แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2565 มีเด็กเกิดใหม่เพียง 502,107 คน และมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่า 5 แสนคนในปี 2566 และในปี 2568 เด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียง 380,000 คน นอกจากจำนวนที่ลดลงแล้ว ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนา "คุณภาพของแม่และเด็ก" โดยต้องการเน้นย้ำให้ประชาชนเห็นความสำคัญในช่วง "2,500 วันแรกของชีวิต" อันเป็นรากฐานสำคัญของการเจริญเติบโต และเด็กต้องได้รับการดูแลอย่างเต็มศักยภาพ กรมอนามัยจึงร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย พัฒนา "ชุดการเรียนรู้โรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน" นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสให้ครอบครัวไทยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และบริการด้านสุขภาพได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียมและมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการสร้างครอบครัวคุณภาพและเด็กไทยที่เติบโตอย่างสมวัย
แพทย์หญิงทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์สุขภาพของเด็กไทย ยังพบสิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน เช่น เด็กมีพัฒนาการสมวัยร้อยละ 79.6 ปัญหาภาวะเตี้ย ผอม หรืออ้วนเกินค่าเป้าหมายที่กำหนด ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการล่าช้าในระยะยาว "โรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน" จึงเป็นการพัฒนาจาก "โรงเรียนพ่อแม่" แบบเดิม ที่ต้องไปรับบริการที่โรงพยาบาล เป็นแบบผสมผสาน โดยจัดบริการทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online เข้าด้วยกัน สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อยกระดับบุคลากรสาธารณสุขในการส่งเสริมความรอบรู้แก่พ่อแม่แบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่คลินิกฝากครรภ์ หอผู้ป่วยหลังคลอด จนถึงคลินิกเด็กสุขภาพดี โดยมี การบรรยาย เรื่อง "การให้บริการโรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสานและฝึกปฏิบัติการใช้ชุดการเรียนรู้โรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน" การถอดบทเรียนจากพื้นที่ต้นแบบสู่โรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสาน รวมทั้งพิธีมอบชุดการเรียนรู้โรงเรียนพ่อแม่แบบผสมผสานให้กับผู้แทนเขตสุขภาพ 1 - 13 โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรผู้รับผิดชอบงานแม่และเด็กจากศูนย์อนามัย สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง รวมถึงโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล (รพ.สต.) ทั้งในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด จากทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ