ธนาคารไทยเครดิต ประกาศความสำเร็จบนเวทีระดับภูมิภาค ติดอันดับ "Fortune Southeast Asia 500" ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ตอกย้ำความเชื่อมั่นและศักยภาพบนเวทีระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 500 บริษัทที่มีรายได้สูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 จากการประกาศรายชื่อ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2569 จัดอันดับโดยนิตยสาร Fortune สื่อธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลก ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ตลอดจนโครงสร้างการดำเนินธุรกิจที่มีเสถียรภาพ มั่นคง และเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศและในระดับภูมิภาคที่มีความท้าทายและความผันผวนสูง
การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธนาคารไทยเครดิตในครั้งนี้ ถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของแผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจที่เน้นความรอบคอบและระมัดระวัง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เข้มแข็งและรัดกุม ส่งผลให้ธนาคารมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงและสามารถสร้างผลประกอบการที่มีเสถียรภาพในระยะยาว ตลอดจนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับศักยภาพของสถาบันการเงินไทยให้เป็นที่ยอมรับและน่าเชื่อถือในระดับภูมิภาค
นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ธนาคารไทยเครดิตมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการจัดอันดับใน Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และมีอันดับที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยการจัดอันดับในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและศักยภาพในการเติบโตสู่ระดับสากลเท่านั้น แต่ยังเป็นผลจากความร่วมมือของบุคลากรในทุกภาคส่วน ตลอดจนความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ที่ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันให้ธนาคารเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ธนาคารยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ครอบคลุม มีความเท่าเทียม โปร่งใส และเป็นธรรม สอดคล้องกับปรัชญา 'Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ' เพื่อสร้างคุณค่าและร่วมขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคงในทุกมิติ"
สำหรับการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ถือเป็นดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์องค์กรที่สะท้อนถึงศักยภาพระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเชิงทำเลยุทธศาสตร์ที่พร้อมรองรับการย้ายฐานห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ตลอดจนการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยครอบคลุมบริษัทชั้นนำจาก 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ซึ่งกลุ่มบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับนี้ ล้วนเป็นฟันเฟืองหลักที่มีบทบาทร่วมผลักดันระบบเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน