โดย วว. ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคเชิงลึกให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความเสียหายจากการหักล้มเนื่องจากลมพายุ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการปลูกกล้วยหอมทอง ด้วยนวัตกรรมการผลิต "กล้วยเตี้ยต้านวาตภัย" ประกอบด้วย
1.เทคนิคการเลือกสายพันธุ์และการจัดการสวนกล้วยให้มีความสูงเหมาะสม เพื่อเพิ่มความต้านทานแรงลม ลดความเสี่ยงการหักล้มของต้นกล้วยเมื่อเกิดพายุ และยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน
2.แนวทางการผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพสูงตามมาตรฐานการผลิตที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่และยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
3.เทคนิคการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาคุณภาพ เนื้อสัมผัส และรสชาติของกล้วยหอมทองให้เป็นไปตามมาตรฐานตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
"กล้วยหอมทอง" เป็นผลไม้พื้นถิ่นของเขตร้อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิระหว่าง 25-35 องศาเซลเซียส ให้ผลผลิตได้ตลอดปี โดยจังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิตกล้วยหอมทองเชิงการค้า แต่ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวนและลมพายุที่ส่งผลต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร ในการดำเนินโครงการนี้ของ วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ จึงมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เหมาะสมในการจัดการสวนกล้วย เพื่อลดความเสียหายจากวาตภัย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความมั่นคงทางอาชีพอย่างยั่งยืน สอบถามราละเอียดเพิ่มเติมและรับคำแนะนำปรึกษาด้านการเกษตร วว. ติดต่อได้ที่ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า "วว. JUMP" https://tistrservices.tistr.or.th/