"GCAP GOLD" ชี้ทองคำเจอแรงกดดัน Higher for Longer ลุ้นดีลสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน พร้อมจับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ ชี้ทิศทางระยะสั้น

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินทองคำยังเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังเฟดยังส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่เข้มงวด หนุนตลาดหวนให้น้ำหนักกับ Higher for Longer แนะนักลงทุนเฝ้าติดตามความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน อย่างใกล้ชิด พร้อมลุ้น ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ชี้ทิศทางราคาทองคำระยะสั้น

Wednesday 24 June 2026 10:39
"GCAP GOLD" ชี้ทองคำเจอแรงกดดัน Higher for Longer ลุ้นดีลสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน พร้อมจับตาตัวเลข PCE สหรัฐฯ ชี้ทิศทางระยะสั้น

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในขณะนี้ยังคงได้รับแรงกดดันโดยตรงจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังคงมีความเข้มงวด แม้ว่าการประชุมครั้งล่าสุดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด แต่ Dot Plot ยังคงสะท้อนโอกาสที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้ ขณะที่ Kevin Warsh ประธานเฟด ยังคงให้น้ำหนักต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับแนวคิดดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer) ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ให้อยู่ในระดับสูง และยังเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันราคาทองคำ

ขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพถาวร โครงการนิวเคลียร์ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิด แม้แนวโน้มการเจรจาจะเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก แต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการเจรจาดังกล่าว ทำให้นักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคต

ส่วนกรณีการเปิดเผยตัวเลข GDP ประจำไตรมาส 1 ของสหรัฐฯ และดัชนี PCE Price Index ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญในการกำหนดนโยบายการเงิน หากตัวเลขเศรษฐกิจและเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด อาจกระตุ้นให้ตลาดกลับมากังวลว่าเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม แต่หากเงินเฟ้อส่งสัญญาณชะลอตัวลง ก็อาจช่วยลดแรงกดดันและสนับสนุนให้เกิดแรงซื้อกลับในตลาดทองคำได้บางส่วน

จับตาการลงทุน

ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า ภาพรวมราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้มขาลง เนื่องจากยังไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน $4,330 (ราคาทองคำไทยประมาณ 67,500 บาท) ได้ อย่างไรก็ตามหากราคายังสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ $4,090 (ราคาทองคำไทยประมาณ 63,700 บาท) ได้ มองว่ามีโอกาสรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบแนวต้านระยะสั้นที่ $4,260 และ $4,330 ตามลำดับ (ราคาทองคำไทยประมาณ 66,300 และ 67,500 บาท)

"ทั้งนี้ หากราคาหลุดระดับ $4,090 ให้ระวังแรงขายที่อาจกดดันราคาลงสู่แนวรับสำคัญบริเวณ $4,038 และ $4,000 (ราคาทองคำไทยประมาณ 63,000 บาท) จึงแนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงใกล้แนวรับสำคัญ ขณะที่ผู้ที่มีสถานะซื้ออยู่แล้วควรทยอยแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวเข้าใกล้โซน $4,260-$4,330 เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายทางเทคนิคที่ยังคงหนาแน่น"