ไฮไลต์สำคัญของงาน Town Hall ในปีนี้ คือการประกาศเดินหน้าองค์กรภายใต้พันธกิจ "Empowering AI" เพื่อยกระดับการดำเนินธุรกิจด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูล (Data) ตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยกลุ่มบริษัทศรีตรังได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งผ่านระบบ Enterprise Data Foundation และมีกรอบการทำงาน AI Governance ขององค์กรเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารจัดการข้อมูล การกำกับดูแลการใช้งาน AI และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน
สำหรับการนำ AI เข้ามาสนับสนุนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในครั้งนี้ ครอบคลุมทุกกระบวนการทางธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ การคาดการณ์ทิศทางตลาดและการจัดซื้อวัตถุดิบอย่างแม่นยำ (Buy Better), การเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมคุณภาพการผลิตในระดับสูงสุด (Produce Better), การบริหารจัดการด้านการขายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า (Sell Better) ไปจนถึงการจัดส่งสินค้า การบริหารกระแสเงินสด และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Ship / Cash / Learn)
พร้อมกันนี้ กลุ่มบริษัทศรีตรังยังมุ่งเน้นการพัฒนา AI Agent และ AI Use Cases ทั้งในระดับบุคคล (Individual Level) และระดับองค์กร (Enterprise Level) เพื่อเร่งสร้างคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรภายใต้แนวคิด "AI x Human" เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ดร.ไวยวุฒิ สินเจริญกุล Chairman of Sri Trang Group กล่าวปาฐกถาถึงวิสัยทัศน์ดังกล่าวว่า "AI จะไม่เป็นเพียงเครื่องมือ แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการทำงานและการตัดสินใจของศรีตรัง เรากำลังสร้าง Sri Trang AI Factory เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และบุคลากรเข้าด้วยกัน AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวิธีการทำงานและการแข่งขันทางธุรกิจ ในวันที่โลกกำลังเร่งการนำ AI มาใช้ องค์กรและบุคลากรที่สามารถเรียนรู้ ปรับตัว และทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นผู้ที่สร้างความได้เปรียบและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต"
"เป้าหมายของเราไม่ใช่การมี AI ที่ดีที่สุด แต่คือการสร้างองค์กรที่ทุกคนสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ การกำกับดูแลที่เหมาะสม และวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะความสำเร็จของ AI ไม่ได้วัดจากจำนวนระบบที่พัฒนา แต่คือจำนวนคนที่สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าให้กับองค์กร"
ด้าน นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล Group CEO of Sri Trang Group กล่าวว่า "การปฏิวัติ AI ที่ไร้ขอบเขต" ไม่ได้หมายถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่บุคลากรของเรา หากแต่คือการนำ AI มาเสริมศักยภาพให้คนทำงานได้อย่างชาญฉลาด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้ว ความหมายของ "Empowering AI" คือการ "Empowering People with AI" หรือการเสริมพลังให้บุคลากรเติบโตและก้าวไปข้างหน้าด้วยศักยภาพของ AI เราเชื่อมั่นในพลังของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI เพราะเมื่อ AI ทำงานเคียงข้างบุคลากรในทุกระดับ จะช่วยยกระดับการตัดสินใจให้แม่นยำยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานปฏิบัติการ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาวะผู้นำของผู้บริหาร ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ การทำงานเป็นทีม และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง อนาคตขององค์กรจึงไม่ใช่อนาคตที่ AI เข้ามาแทนมนุษย์ แต่คืออนาคตที่มนุษย์เติบโตไปพร้อมกับ AI อย่างไร้ขีดจำกัด
นอกจากนี้กลุ่มบริษัทศรีตรังเดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การบริหารจัดการพลังงาน น้ำ ของเสีย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการวางรากฐานสู่เป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ และความคาดหวังด้านความโปร่งใสที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูล ESG ให้มีมาตรฐาน แม่นยำ และตรวจสอบได้ รวมถึงการยกระดับการจัดการข้อมูลตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 14064-1 เพื่อสนับสนุนการติดตามผล การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า ผ่านแนวทาง ESG Partner เพื่อยกระดับมาตรฐานร่วมกัน ลดความเสี่ยง และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนต่อธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
นับเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัทศรีตรัง ในการตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรแห่งนวัตกรรม ที่พร้อมผสานพลังของ "เทคโนโลยี AI" เข้ากับ "ศักยภาพของมนุษย์" เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีโลก