นายธนศักดิ์ พรอริยพรหม ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักผ้า บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าในประเทศไทยเป็นสนามแข่งขันที่ดุเดือด ด้วยมูลค่าราว 25,000 ล้านบาท และมีสินค้าหลากหลายแบรนด์ให้ผู้บริโภคเลือกสรร ท่ามกลางกระแสดังกล่าว "เปา" สามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ประมาณ 10% พร้อมเดินหน้าสร้างนวัตกรรมความแตกต่าง
"เปาเชื่อว่านวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงคือหัวใจสำคัญในการสร้างคุณค่าให้กับผู้บริโภค เราจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการขจัดคราบ ความสะดวกสบาย หรือการดูแลเนื้อผ้าเฉพาะทาง ใน 3 ความท้าทายสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การแข่งขันที่เข้มข้นจากผู้เล่นทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำคัญของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ซักผ้า" นายธนศักดิ์กล่าว
เปาขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้บริโภค เพื่อสร้างความแตกต่างจากการแข่งขันด้านราคา โดยที่ผ่านมาแบรนด์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นผู้บุกเบิกตลาดหลายกลุ่ม อาทิ "เปา เอ็ม.วอช" ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสำหรับเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ "เปา ซิลเวอร์นาโน" นวัตกรรมลดกลิ่นอับชื้น และ "เปา ไมเซลลา 4X" ผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรเข้มข้นพิเศษที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสะท้อนแนวคิดการเติบโตผ่านนวัตกรรมที่จับต้องได้จริงอย่างไรก็ตาม ไลอ้อน (ประเทศไทย) ยังคงยึดมั่นในแนวทางการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กรและโรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมยึดหลักสำคัญคือ "ไม่ผลักภาระต้นทุนให้ผู้บริโภค" เพื่อรักษาความคุ้มค่าและคุณภาพสินค้าตามแนวคิด "คุณภาพซื่อสัตย์ ราคายุติธรรม" ที่เป็นรากฐานของแบรนด์มาตลอด
จุดเริ่มต้นของ "เปา" ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2519 จากการเปิดตัวผงซักฟอก "เปาบุ้นจิ้น" ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมซักผ้าไทย จากความร่วมมือระหว่าง บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไลอ้อน ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด "คุณภาพซื่อสัตย์ ราคายุติธรรม" ก่อนปรับชื่อเป็น "เปา" ในปี พ.ศ. 2530 เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและการจดจำของผู้บริโภคชาวไทย โดย "เปาบุ้นจิ้น" หรือผงซักฟอกกล่องแดงในตำนาน ยังคงเป็นหนึ่งในภาพความทรงจำที่อยู่ในใจผู้บริโภคหลายรุ่น และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแบรนด์ "เปา" ให้เติบโตเคียงข้างครัวเรือนไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี แบรนด์เปาได้พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างปรากฏการณ์ในตลาดด้วยการเป็นผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์ซักผ้าหลายกลุ่ม ทั้งผงซักฟอกสูตรเข้มข้น ผลิตภัณฑ์สำหรับเครื่องซักผ้า เทคโนโลยีเอนไซม์และซิลเวอร์นาโน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ซักผ้ารูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่
ในโอกาสฉลอง 50 ปีแห่งความสำเร็จ เปาได้ตอกย้ำแนวคิด "WIN FORWARD - พลังสะอาดชนะทุกความท้าทาย" สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการซักผ้าที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้บริโภคไทยในทุกยุคสมัย พร้อมชูแนวคิดด้านความยั่งยืน ความปลอดภัย และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกการซักคือการดูแลสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของทุกครอบครัว
พิเศษสำหรับการเฉลิมฉลองวาระสำคัญครั้งนี้ เปาได้เตรียมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟและสินค้าลิมิเต็ดเอดิชัน "ผงซักฟอกเปาบุ้นจิ้น" รุ่นพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี โดยเฉพาะ ให้ผู้บริโภคได้ร่วมย้อนวันวานไปกับตำนานผงซักฟอกกล่องแดงที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน พร้อมสัมผัสเรื่องราวความสำเร็จจากอดีตสู่อนาคต ได้ที่บูธ LION ฮอลล์ 100 ภายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 30 ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-21.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค
ภายใต้แนวคิด "WIN FORWARD - พลังสะอาดชนะทุกความท้าทาย" เปาเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืน เพื่อยกระดับมาตรฐานความสะอาดและคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค "ไลอ้อน ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตสินค้า FMCG แต่เป็นผู้นำทางนวัตกรรมที่ดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกวัน"