เชิญร่วมงานศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร 8-12 กรกฎาคมนี้

โครงการเด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหารห่วงเด็กไทยเผชิญอิทธิพลของสื่อโฆษณาและการตลาดชักจูงบริโภคจนเสียสุขภาพ เปิดตัวชุดสื่อแจกพ่อแม่และครูใช้สอนเด็กรู้เท่าทันการตลาดในงานนิทรรศการศิลปะ "ALERT & AWARE" The Art for Food Advertising and Marketing Literacy ศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร วันที่ 8-12 กรกฎาคม นี้ ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯ

Monday 29 June 2026 08:21
เชิญร่วมงานศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร 8-12 กรกฎาคมนี้

ดร. ศุกร์สิริ อิสรชาญวาณิชย์ ประธานมูลนิธิสานสุข และหัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า จากงานวิจัยของ ดร.นงนุช จินดารัตนาภารณ์ และคณะ ในปี 2568 ระบุว่าเด็กไทยอายุ 6-18 ปี พบเห็นโฆษณาอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์สูงถึงร้อยละ 84 ตามมาด้วยทีวีดิจิทัลร้อยละ 76.7 และสื่อในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านหรือโรงเรียนร้อยละ 71.2 นอกจากนี้ เด็ก 1 ใน 4 คน พบเห็นโฆษณาเหล่านี้ผ่านแอปพลิเคชันเกมออนไลน์ ทั้งนี้ อิทธิพลของการตลาดโฆษณาที่พุ่งเป้ามายังเด็กส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการบริโภค เด็กไทยเกือบครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 45.4) มีความชอบต่ออาหารเพิ่มขึ้นหลังจากเห็นโฆษณา ขณะที่ร้อยละ 38.5 มีพฤติกรรมร้องขอให้ผู้ปกครองซื้ออาหารนั้น และร้อยละ 38.1 บริโภคอาหารดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งหลักฐานทางวิชาการทั้งในและต่างประเทศยืนยันตรงกันว่า การได้รับอิทธิพลจากการตลาดอาหารอย่างสม่ำเสมอมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของดัชนีมวลกาย และเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคต

เพื่อสร้างกลไกทางปัญญาและภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชนไทย โครงการเด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร, สมาคมโรคไม่ติดต่อไทย (NCD Alliance) และเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน ได้กำหนดจัดงานเสวนา แถลงข่าว พร้อมพิธีเปิดนิทรรศการ "ALERT & AWARE: The Art for Food Advertising and Marketing Literacy" ศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร ขึ้นภายใต้แนวคิด "โฆษณามีหน้าที่ขาย เด็กไทยมีหน้าที่คิด พ่อแม่มีหน้าที่ชวนเรียนรู้" ในวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ลานนิทรรศการ ชั้น L หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

"เรามีชุดสื่อหนังสือการ์ตูน วิดีโอแอนิเมชั่น คลิปสั้น เพลงสำหรับเด็ก มากกว่า 1,000 รายการที่พ่อแม่และคุณครูเข้าถึงและนำไปสอนเด็กได้โดยสะดวก สำหรับผู้ที่มาร่วมงานจะได้รับแจกหนังสือการ์ตูนชุด 3 เล่มนำไปใช้สอนเด็ก และร่วมกิจกรรมรับของรางวัลมากมาย จึงขอเชิญชวนมาร่วมชมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย" หัวหน้าโครงการฯกล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานวันแรก 8 กรกฎาคม 2569) จะมีการเปิดนิทรรศการโดยมี นางสาวพัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการรู้เท่าทันและเฝ้าระวังสื่อ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นประธานเปิดงาน หลังจากนั้นจะเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ "การสร้างความรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหารคู่ขนานกับการสร้างมาตรการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสุขภาพเด็กจากโรคอ้วนและโรคเรื้อรัง" โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมแถลงข่าว ได้แก่

- ทันตแพทย์หญิงปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน และผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพเด็ก จะมาอัปเดตสถานการณ์โรคอ้วนในเด็กและความคืบหน้าของมาตรการทางกฎหมาย

- ดร.แพทย์หญิงสุธี สฤษฎีศิริ ผู้อำนวยการกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เผยถึงผลกระทบต่อเด็กในเขตกรุงเทพฯ และมาตรการเชิงรุกที่ กทม. กำลังเร่งรัด

- ดร. ศุกร์สิริ อิสรชาญวาณิชย์ ประธานมูลนิธิสานสุข และหัวหน้าโครงการฯ แถลงผลประเมินความรู้เท่าทันสื่อของนักเรียนมัธยม 20 แห่ง พร้อมแนะนำคลังสื่อสร้างสรรค์สำหรับครูและผู้ปกครองใช้สอนเด็กไทยให้รู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร

สำหรับนิทรรศการ ALERT & AWARE จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 - 20.00 น. (เข้าชมฟรี) โดยจำลองพื้นที่เป็น "ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งการตื่นรู้และดูออก" (The Mart of Being Alert and Aware) เปลี่ยนประเด็นวิชาการให้เป็นศิลปะจัดวาง (Installation Art) ร่วมสมัยที่สนุกสนานผ่าน 12 จุดเช็กอินไฮไลท์ อาทิ:

  1. ตะกร้าคิดก่อนซื้อ: เรียนรู้ 12 เทคนิคการตลาดที่พุ่งเป้าเด็ก (เช่น สุขภาพหลอกตาด้วยการอ้างวิตามินบังหน้าปริมาณน้ำตาล, การ์ตูนล่อใจ, ภาพสวยเกินจริง) ผ่านงานศิลปะตกแต่งตะกร้าช้อปปิ้ง
  2. Mini Theatre "นักสืบโฆษณา" & MV: ชมการ์ตูนแอนิเมชัน 3 ตอน และร่วมเต้นท่าสร้างภูมิคุ้มกันสื่อ
  3. เกมท้าจับโป๊ะโฆษณา: ฝึกวิเคราะห์สื่อจริง สวมหน้ากากแฮนด์เมด "ดวงตานักสืบ" เพื่อรับรางวัล
  4. โซนหนังสือการ์ตูน: เขาวงกตรูปเครื่องหมายคำถามที่เรียงรายด้วยหนังสือการ์ตูนชุด "แมวตื่นรู้ หนูดูออก" ซึ่งแจกให้ผู้เข้าชมฟรี
  5. ประติมากรรมยักษ์ซองขนมและขวดน้ำอัดลม: ตีแผ่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ที่โฆษณาไม่ได้บอก เช่น แป้ง น้ำตาล โซเดียม และไขมัน
  6. ฉลากจริงใจในเม็กซิโก: โซนพิเศษเปรียบเทียบบรรจุภัณฑ์จริงจากประเทศเม็กซิโกที่มีกฎหมายฉลากเตือนสีดำชัดเจนด้านหน้าซอง (น้ำตาลสูง, โซเดียมสูง) พร้อมเปิดให้ประชาชนร่วมโหวตเชิงสัญลักษณ์ว่าประเทศไทยควรมีฉลากเตือนลักษณะนี้หรือไม่
  7. คนเสพสื่อ คนสร้างสื่อ: นำเสนอคลิปสั้นและเพลงกว่า 1,000 ชิ้น ผลงานเยาวชนไทย 20 โรงเรียนมัธยมที่ฝึกใช้เทคโนโลยี AI อย่างมีจริยธรรม
  8. The Art of Saying NO: ห้องจำลองสถานการณ์จริงให้ผู้เข้าชมฝึกพูดคำว่า "ไม่" กับ "นักขายมือทอง" อย่างสุภาพและหนักแน่น เพื่อไม่ให้ถูกกดดันจากการตลาด

คณะผู้จัดงาน จึงขอเชิญชวนสื่อมวลชน ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ และประชาชนทั่วไป ร่วมงานแถลงข่าวและพิธีเปิดนิทรรศการตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมกันผลักดันสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และสร้างทักษะชีวิตให้เด็กไทย "ตื่นรู้และดูออก" เลือกอาหารจากความรู้ความเข้าใจมิใช่เพียงเพราะอิทธิพลการตลาด

กำหนดการโดยย่อสำหรับสื่อมวลชน (อังคารที่ 8 กรกฎาคม 2569)

- 13.00 - 14.00 น. ลงทะเบียนสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ

- 14.05 - 14.10 น. รับชมวิดีโอ "เด็กไทยรู้ทันโฆษณาและการตลาดอาหาร"

- 14.10 - 14.25 น. พิธีเปิดแถลงข่าวและนิทรรศการ

- 14.25 - 15.00 น. เสวนาและแถลงข่าว

- 15.00. สื่อมวลชนซักถามและถ่ายภาพร่วมกัน

- 15.05 น. นำชมนิทรรศการรอบพิเศษ

เชิญร่วมงานศิลปะเพื่อการรู้เท่าทันโฆษณาและการตลาดอาหาร 8-12 กรกฎาคมนี้