แบรนด์ระดับโลกร่วมบ่มเพาะ Soft Power ดนตรีไทย
Keep Live Music Alive คือ พันธกิจของ Marshall แบรนด์สัญชาติอังกฤษ ผู้บุกเบิกวงการเครื่องเสียงในตำนานที่อยู่เคียงข้างศิลปินมากว่า 60 ปี พันธกิจนี้มุ่งสนับสนุนวงการดนตรีสด ตั้งแต่ศิลปินหน้าใหม่ ชุมชนดนตรี และพื้นที่แสดงดนตรีอิสระที่เป็นจุดเริ่มต้นของศิลปินรุ่นต่อไป
โครงการ The Echo of Thai Sound นับเป็นการต่อยอดพันธกิจ Keep Live Music Alive โดยเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยรุ่นใหม่ได้พัฒนาและเข้าถึงประสบการณ์ในระดับสากล ภายใต้โครงการนี้ Marshall Livehouse และพันธมิตรจะร่วมกันสนับสนุนศิลปินผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการเปิดพื้นที่แสดงสด การผลิตคอนเทนต์ดนตรี การให้คำปรึกษาด้านการแสดง การเชื่อมโยงกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม รวมถึงการสร้างโอกาสให้ผลงานของศิลปินเข้าถึงผู้ฟังและเครือข่ายใหม่ ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ดนตรีฝีมือคนไทยไปสร้างปรากฏการณ์ในระดับสากล และทำให้คนทั่วโลกยอมรับในตัวตนที่แท้จริง
ปลุกพลังเสียงดนตรีไทย จากรากฐานสู่เวทีระดับโลก
คุณหทัยชนก อรรถบุรานนท์ Head of Music and Culture จาก Marshall กล่าวว่า Marshall อยู่กับเสียงดนตรีและวัฒนธรรมการแสดงสดมายาวนาน ที่ผ่านมาได้สนับสนุนวงการดนตรีผ่านการทำงานร่วมกับศิลปิน ชุมชนดนตรี และโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งสร้างโอกาสให้นักดนตรีรุ่นใหม่ พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าผลักดันโครงการที่จะช่วยพัฒนาระบบนิเวศของดนตรีสดให้มีความยั่งยืน
"เราเชื่อว่ารากฐานที่แข็งแกร่งของ Soft Power จะต้องเริ่มจากการบ่มเพาะบุคลากรตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ซึ่งโครงการ The Echo of Thai Sound จะทำหน้าที่นี้โดยสนับสนุนศิลปินอิสระและวงดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเด่นชัด แม้จะยังไม่ได้อยู่ในกระแสหลักก็ตาม เราจะพัฒนาศักยภาพศิลปินเหล่านี้ให้ก้าวข้ามขีดจำกัด มีความเป็นมืออาชีพ พร้อมไปเผยแพร่เพลงไทยในเทศกาลดนตรีและเวทีระดับโลก และเป็นครั้งแรกที่ Marshall Livehouse จะพาศิลปินไทยในโครงการนี้ออกไปสู่สายตาผู้ฟังนอกประเทศที่กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของแบรนด์ Marshall และวงดนตรีระดับโลกหลายวง" คุณหทัยชนก กล่าว
ผนึกระบบนิเวศดนตรีไทย ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA คือ พันธมิตรหลักของโครงการ The Echo of Thai Sound โดยร่วมขับเคลื่อนและเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ตอกย้ำบทบาทในการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพโดดเด่นของประเทศ ให้เติบโตและเชื่อมโยงสู่เวทีสากลอย่างยั่งยืน ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อร่วมกันว่าศิลปินไทยมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก
หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมทั้งด้านทักษะ โอกาส และแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมดนตรีสากล CEA จึงมุ่งเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศดนตรีตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการยกระดับทักษะและเตรียมความพร้อมศิลปิน ให้มีวิธีคิดและการทำงานแบบมืออาชีพ พร้อมรับมือกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมดนตรีระดับสากล ควบคู่กับการสนับสนุนการขยายตลาดต่างประเทศ
"CEA มุ่งผลักดันให้ศิลปินและนักดนตรีของไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมศิลปินไทยเข้ากับอุตสาหกรรมดนตรีระดับสากล เราเชื่อว่าพวกเขาจะเติบโตและแข่งขันในระดับโลกได้ โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีนำเสนอผลงานและการแสดงสดของศิลปิน แต่คือการที่ทุกภาคส่วนผนึกกำลังกันสร้าง Launchpadที่แข็งแกร่ง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดนตรีของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติและดังก้องไปไกลกว่าที่เคย" ดร. ชาคริต กล่าว
ส่งศิลปินไทยให้ดังไกล พร้อมถ่ายทอดเสน่ห์ไทยผ่านทุกการเดินทาง
อีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญ คือ "การบินไทย" ซึ่งได้เตรียมนำเพลงของศิลปินในโครงการมาร่วมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมายยิ่งขึ้นให้แก่ผู้โดยสารบนไฟลต์บินของการบินไทย คุณวิชญ์ กิจจาทร Director of Customer & Marketing Thai Airways International Public Company Limited การบินไทย กล่าวว่า การบินไทยมองว่าพลังของ Soft Power ไทยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน
เมื่อเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้รับการถ่ายทอดอย่างจริงใจและเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง การบินไทยจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ที่มีเอกลักษณ์ กล้านำเสนอความเป็นตัวเอง และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองร่วมสมัย ผ่านโครงการ The Echo of Thai Sound
"วันนี้ศิลปะวัฒนธรรม และความเป็นไทยกำลังได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลกมากขึ้น สิ่งที่เราอยากเห็นคือ การเติบโตที่ยั่งยืน โดยการนำผลงานของศิลปินเหล่านี้ไปเผยแพร่บนเที่ยวบิน เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการส่งต่อ Soft Power ไทยควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างให้กับผู้โดยสาร และเป็นการต่อยอดบทบาทของการบินไทยในการร่วมนำวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยในรูปแบบร่วมสมัยไปสู่ผู้คนทั่วโลก" คุณวิชญ์ กล่าว
จากเวทีเล็กสู่สเตจระดับโลก
Marshall และพันธมิตร ได้ร่วมกันคัดเลือกศิลปินไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นเข้าร่วมโครงการจำนวน 6 วง ได้แก่ OFFICE SYNDROME วงดนตรีอินดี้ที่ผสมผสานกลิ่นอาย Surf Pop, Alternative และ Punk Rock เข้ากับการเล่าเรื่องชีวิตประจำวันของผู้คน, THE HYMMAPAN ELECTRON วงดนตรี Isan Cyber ผสมผสานดนตรีพื้นบ้านอีสาน เข้ากับบีทอิเล็กทรอนิกส์, NIXSA JINGLE ศิลปินมัลติอินสทรูเมนต์ที่ผสมผสานกลิ่นอายดนตรี
Thai Spiritual เข้ากับ Soul Jazz และดนตรี Ambient, FORD TRIO วงดนตรีไทยร่วมสมัยที่เชื่อมความเป็นไทยเข้ากับแรงบันดาลใจจากทั่วโลกจนกลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่พวกเขาเรียกว่า "Neo Thai Funk", FORDECISION วงดนตรีฮาร์ดคอร์พังก์ที่มีบทบาทใน Local Underground Scene และ RATTANAKOSIN BREAKIN CREW วงดนตรีร่วมสมัยที่ผสมผสานแนวเพลงไทยดั้งเดิมเข้ากับแนวเพลงฟังก์ ไซเคเดลิกร็อก เรอร์กรู้ฟ และดนตรีแนวทดลอง
ศิลปินทั้ง 6 กลุ่มจะได้เข้าร่วม Mentor Class และ Workshop กับ โอม ปัณฑพล หรือที่เรารู้จักกันในฐานะนักร้องนำอดีตวง COCKTAIL และปัจจุบันเป็นผู้บริหาร ครึ่งเก้า GROUP บริษัทบริหารจัดการศิลปิน และธุรกิจด้านอุตสาหกรรมดนตรี และ Maftsai ผู้ก่อตั้งวง Paradise Bangkok Molam International Band ก่อนจะนำเสียงและตัวตนทางดนตรีของตัวเองออกไปสู่สายตาผู้ฟังต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน พร้อมเยี่ยมชม Marshall Studio สตูดิโอบันทึกเสียงที่รวมประวัติศาสตร์ดนตรีร็อกอังกฤษ
โครงการ The Echo of Thai Sound ยังได้เตรียมถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของศิลปินผ่านซีรีส์ Vlogumentary บันทึกทุกช่วงเวลาสำคัญ ตั้งแต่วันแรกของการเตรียมความพร้อม การพัฒนาทักษะและตัวตนทางดนตรี ไปจนถึงโอกาสในการนำเสียงดนตรีไทยไปสู่ผู้ฟังในระดับสากล
หลังจบโครงการ ศิลปินทั้ง 6 กลุ่มจะร่วมแสดงบนเวที Marshall Livehouse พร้อมการแสดงพิเศษจากศิลปินรับเชิญ เพื่อเฉลิมฉลองก้าวสำคัญของพวกเขา และตอกย้ำพันธกิจของ Marshall Livehouse ในการสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ สร้างพื้นที่แห่งโอกาส และร่วมผลักดันศักยภาพของอุตสาหกรรมดนตรีไทยสู่เวทีโลก