NER สุดแกร่ง! ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ล่าสุดขยับรั้งอันดับ 298 ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจและความสามารถแข่งขันในภูมิภาค

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 500 บริษัทขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีรายได้สูงสุด ประจำปี 2569 จากการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ และความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน

Monday 29 June 2026 14:45
NER สุดแกร่ง! ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน ล่าสุดขยับรั้งอันดับ 298 ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจและความสามารถแข่งขันในภูมิภาค

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้นำการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มผู้ค้าคนกลางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในบริษัทขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ของนิตยสาร Fortune ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 นับตั้งแต่ปี 2024-2026 โดยบริษัทฯ ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 355 ในปี 2024, ลำดับที่ 328 ในปี 2025 และล่าสุดในปี 2026 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ลำดับที่ 298 สะท้อนการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาคอย่างเป็นลำดับขั้น

ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การยกระดับคุณภาพสินค้า และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

การจัดอันดับดังกล่าวจัดทำโดยนิตยสาร Fortune โดยพิจารณาจากบริษัทที่มีรายได้สูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุม 7 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา สะท้อนภาพรวมการเติบโตของภาคธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยางธรรมชาติและวัตถุดิบ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเชื่อมโยงภาคการผลิตโลก

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,510.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,014.04 ล้านบาท หรือ 10.96% และมีกำไรสุทธิ 1,884.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 232.05 ล้านบาท หรือ 14.04% โดยมีปริมาณการขายรวม 475,430 ตัน เพิ่มขึ้น 36,251 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 8.25% จากปีก่อน สะท้อนถึงความต้องการใช้ยางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ