บอกลา "ข้อเข่าเสื่อม" เรื่องไม่เล็กของคนทุกวัย รู้ทัน ป้องกันได้ รักษาถูกวิธี เซฟเข่าให้ใช้งานได้ยาว ๆ

เพราะไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล กำลังทำให้กราฟอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยโรค "ข้อเข่าเสื่อม" ดิ่งลงเรื่อย ๆ จึงไม่ใช่แค่อากงหรืออาม่าเท่านั้น ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข ชวนทำความเข้าใจโรคข้อเข่าเสื่อม พร้อมแนวทางการรักษาที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ เพื่อให้คุณกลับมาสนุกกับชีวิตได้อย่างเต็มร้อย!

Tuesday 30 June 2026 12:10
บอกลา "ข้อเข่าเสื่อม" เรื่องไม่เล็กของคนทุกวัย รู้ทัน ป้องกันได้ รักษาถูกวิธี เซฟเข่าให้ใช้งานได้ยาว ๆ

คุณกำลังเผชิญหน้ากับโรคข้อเข่าเสื่อมหรือเปล่า?

เคยไหม? ลุกขึ้นยืนทีไร มักมีเสียง "กร๊อบแกร๊บ" ดังมาจากหัวเข่า แถมบางวันเดินเยอะก็เริ่มปวดแปลบ ๆ ฝืด ๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังได้สิทธิ์ต้อนรับโรค "ข้อเข่าเสื่อม" ซึ่งเกิดจากการสึกหรอของผิวกระดูกอ่อนที่คอยรองรับน้ำหนัก ทำให้เกิดอาการปวด ฝืด อักเสบ และข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ไม่เหมือนเดิม สาเหตุหลัก ๆ มักเกี่ยวข้องกับอายุ น้ำหนักตัว การใช้งานข้อเข่าอย่างหนักหรือซ้ำ ๆ อุบัติเหตุเดิม พันธุกรรม และโรคข้ออักเสบเรื้อรังต่าง ๆ เป็นต้น

ชวนเช็ก "4 ระยะความเสื่อม"

  • ระยะที่ 1 เริ่มซึมลึก: กระดูกอ่อนในข้อเข่าเริ่มสึกเล็กน้อย ส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกเจ็บปวด ชีวิตยังลั้นลาได้ปกติ
  • ระยะที่ 2 เริ่มทักทาย: เริ่มรู้สึกปวดและตึงที่ข้อเข่าบ้าง แต่กระดูกอ่อนยังเหลือพอที่จะกั้นไม่ให้กระดูกเสียดสีกัน
  • ระยะที่ 3 เริ่มกวนใจ: กระดูกอ่อนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จะเริ่มปวดมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อวิ่ง เดิน นั่งยอง หรือคุกเข่า นอกจากนี้ยังมีอาการตึงหรือขยับข้อได้ยากขึ้น โดยเฉพาะหลังนั่งหรือนอนนาน ๆ
  • ระยะที่ 4 ระยะวิกฤต: กระดูกอ่อนในข้อเข่าแทบไม่มีเหลืออยู่เลย ทำให้กระดูกเสียดสีกันเมื่อขยับ ข้อเข่าตึง ปวดมาก และอาจเคลื่อนไหวได้ยาก

สำหรับคนที่ปวดหรือฝืดเล็กน้อยอาจกู้คืนสถานการณ์ได้ด้วยตัวเอง ผ่านการปรับไลฟ์สไตล์ เช่น การลดน้ำหนักตัว, การออกกำลังกายบริหาร และการปรับพฤติกรรมใช้งานเข่า แต่หากยังไม่ดีขึ้น การพบแพทย์เฉพาะทางโรคกระดูกและข้อ คือทางออกที่ดีที่สุด เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้องและตรงจุด

แนวทางการรักษา "แบบไม่ผ่าตัด" ที่คนยุคใหม่ต้องรู้

ใครที่กลัวการผ่าตัด อย่ากังวล! เพราะวันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์และองค์ความรู้ก้าวหน้าไปมาก หากตรวจพบโรคข้อเข่าเสื่อมในระยะแรกถึงปานกลาง มีทางเลือกการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดให้เลือกหลากหลายวิธี

  1. การลดน้ำหนัก: เป็นกุญแจดอกสำคัญที่สุด เพราะเพียงแค่ลดน้ำหนักลง 5% ของน้ำหนักตัว ก็จะช่วยลดอาการปวดข้อเข่าได้อย่างชัดเจน[1]
  2. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต: หลีกเลี่ยงการงอเข่าเกิน 90 องศา เช่น นั่งคู้เข่า, นั่งพับเพียบ, นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งยอง ๆ และไม่อยู่ในท่าเดิมนาน ๆ รวมถึงงดยกของหนักเป็นเวลานาน เพราะจะเพิ่มภาระให้หัวเข่าโดยตรง
  3. การรับประทานยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบ (Analgesics & NSAIDs): เมื่อมีอาการปวดเฉียบพลัน ยากลุ่มนี้สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ดีในระยะแรก แต่จะออกฤทธิ์ลดการอักเสบแบบชั่วคราวเท่านั้น
  4. การใช้ยารักษาอาการข้อเสื่อมแบบใช้ต่อเนื่อง (SYSADOA): ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์ช้า จะเริ่มเห็นผลหลังทานต่อเนื่อง 3-4 สัปดาห์ ช่วยควบคุมอาการปวดได้ในระยะยาว แนะนำให้ใช้ต่อเนื่อง 3-6 เดือน [2]
  5. การฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่า (Corticosteroid Injection): ตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดรุนแรงและต้องการระงับความเจ็บปวดอย่างรวดเร็ว แต่แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีดบ่อยหรือต่อเนื่อง เพราะผลข้างเคียงของสเตียรอยด์อาจทำให้คุณภาพของกระดูกอ่อนส่วนที่เหลืออยู่แย่ลง สึกหรอง่ายขึ้น และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  6. การฉีดสารเพิ่มความหนืด (Viscosupplementation) โดยน้ำเลี้ยงไขข้อสังเคราะห์ (HA): การฉีดสารสังเคราะห์กรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid: HA) เป็นเหมือนการเติมน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพดีให้กับข้อต่อ ช่วยลดแรงเสียดสี เพิ่มความลื่นไหล และลดการอักเสบได้เป็นเวลานานหลายเดือน เหมาะมากสำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระดับปานกลาง หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ไม่สามารถทานยาแก้ปวดต่อเนื่องได้ โปรแกรมการฉีดมีหลากหลายชนิด โดยมีชนิดที่ฉีดตั้งแต่ 1-5 เข็ม แต่ส่วนใหญ่จะฉีดสัปดาห์ละ 1เข็ม
  7. การฉีดพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP): วิธีรักษายอดฮิต Platelet-Rich Plasma คือการสกัดแยกเลือดของผู้ป่วย ให้ได้ส่วนของเหลว (Plasma) ซึ่งอุดมไปด้วยเกล็ดเลือดและสารโปรตีน Growth Factors มาฉีดกลับเข้าข้อเข่าของผู้ป่วยเอง โดย PRP มีคุณสมบัติเด่นคือช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ใหม่ และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย ลดการอักเสบและระงับปวดได้ดี ได้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมในกลุ่มผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  8. การทำกายภาพบำบัด (Physical Therapy): นักกายภาพบำบัดจะช่วยดีไซน์การออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) และต้นขาด้านหลัง (Hamstring) ให้แข็งแรงเพื่อทำหน้าที่ช่วยพยุงและแบ่งเบาภาระน้ำหนักจากข้อเข่า นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีเครื่องมือทันสมัยอย่าง Shock wave, Ultrasound หรือเครื่อง PMS ที่ช่วยลดปวดและเพิ่มความยืดหยุ่นให้เข่า
  9. การใช้อุปกรณ์พยุงเข่า: การใช้สายรัดเข่าหรือเฝือกอ่อนพยุงข้อเข่า ช่วยลดแรงกดและเสียดสีบนข้อเข่า ลดอาการปวดและเพิ่มความมั่นคงในการเดิน แต่ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เพราะการใช้อุปกรณ์พยุงข้อเข่าที่นานเกินไป จะส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแอลดลงได้
  10. อาหารเสริมคอลลาเจน: ในท้องตลาดที่มีให้เลือกมากมาย สารเหล่านี้มีส่วนช่วยลดอาการปวดและการอักเสบได้บ้าง แต่หลักฐานทางการศึกษายังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาโรคข้อเข่าเสื่อมได้

เลือกรักษาและผ่าตัดด้วยมาตรฐานยุคใหม่

สำหรับการดูแลปัญหาข้อเข่าเสื่อม โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข มุ่งเน้นการรักษาที่ตรงจุด และได้มาตรฐาน พร้อมดูแลคุณให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้อย่างมั่นใจ

  • ทีมแพทย์เฉพาะทาง: รวบรวมทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางด้านข้อเข่าเสื่อม ที่พร้อมดูแลคุณตั้งแต่การรักษาแบบประคับประคองไม่ผ่าตัด ไปจนถึงเทคนิคการผ่าตัดที่ซับซ้อน
  • เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดขั้นสูง (Robotic-Assisted Surgery): ยกระดับการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ช่วยคำนวณและวางตำแหน่งข้อเทียมได้แม่นยำระดับมิลลิเมตร เพิ่มความแม่นยำ ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อโดยรอบ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดีขึ้น
  • การดูแลแบบ Multidisciplinary Team: ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พยาบาล และนักกายภาพบำบัดที่มีประสบการณ์สูง ฟื้นฟูร่างกายด้วยโปรแกรมเฉพาะบุคคล ทำให้ผู้ป่วยลุกเดินและฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

อย่าปล่อยให้อาการปวดเข่ามาเป็นอุปสรรคในการออกไปใช้ชีวิต หากเริ่มรู้สึกว่าเข่ามีปัญหา การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณรักษาเข่าคู่เดิมให้อยู่กับคุณไปได้อีกนานแสนนาน!

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เฉพาะเจาะจงในทุกเรื่องกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ได้ที่:https://kdmshospital.com

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ [email protected]

หรือนัดหมายแพทย์: https://page.line.me/175exsfc

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข โทร 02-080-8999