ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบันโรงเรียนสังกัด กทม. มุ่งเน้นการขับเคลื่อน หลักสูตรต้านทุจริตศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นสำคัญ โดยได้นำหลักสูตรดังกล่าวไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นมา โดยพิจารณาดำเนินการตามแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียน ทั้งการจัดทำเป็นรายวิชาเพิ่มเติม การบูรณาการการเรียนการสอนกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร และการบูรณาการกับวิถีชีวิตในโรงเรียน ตัวอย่างการดำเนินงาน ได้แก่ การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร (เพิ่มเวลารู้) ภายใต้โครงการ สถานศึกษาพอเพียง ซึ่งเป็นการบูรณาการหลักสูตรโตไปไม่โกง หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้าด้วยกัน เพื่อปลูกฝังค่านิยมด้านความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่ผู้เรียน รวมทั้งยังมีแนวทางติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมด้านความซื่อสัตย์สุจริตอย่างต่อเนื่อง โดยให้โรงเรียนรายงานผลการนำหลักสูตรโตไปไม่โกงและหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้ ผ่านแบบสำรวจ Google Form ของ สนศ. และรายงานข้อมูลผ่านระบบโรงเรียนพร้อมของสำนักงาน ป.ป.ช.
นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ยังมีการประเมินผลตามแผนย่อยการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ ตามตัวชี้วัดที่ 1.1 สัดส่วนของเด็กและเยาวชนไทยที่มีพฤติกรรมยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริต โดยผลการสำรวจประจำปี พ.ศ. 2568 พบว่า เด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมยึดมั่นความซื่อสัตย์สุจริตอยู่ในระดับร้อยละ 89.8 ซึ่ง สนศ. จะนำผลการติดตามและประเมินดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร รวมถึงกระบวนการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมด้านความซื่อสัตย์สุจริตเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป