ในวันที่โลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงเร็วยิ่งกว่าที่เคย กลุ่มธุรกิจ TCP เชื่อว่าโอกาสเกิดขึ้นกับผู้ที่กล้าเรียนรู้ ปรับตัว และลงมือเปลี่ยนแปลง ภายใต้แนวคิด "70 ปี TCP ปลุกพลัง…ให้ไปต่อ" เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี กลุ่มธุรกิจ TCP จึงรวบรวมเรื่องราวของผู้คนจาก 7 กลุ่มพลัง ที่ร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมไทย ผ่าน 3 พลังหลักเพื่ออนาคต ได้แก่ การศึกษา สุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี และสิ่งแวดล้อม โดยเรื่องราวของ คุณจาตุรนต์ เหลืองสว่าง หรือ "คุณอู๋" ทายาทรุ่นที่สองของ "สหแสงชัย ซุปเปอร์สโตร์" ซึ่งเป็นตัวแทนของพลังด้านการศึกษา สะท้อนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเปิดรับมุมมองใหม่ และการพัฒนาศักยภาพของผู้คน โดยได้รับการสนับสนุนจาก Durbell Successor Program หลักสูตรพัฒนาทายาทธุรกิจรุ่นใหม่ของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้พัฒนา ต่อยอด และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ
หนึ่งในผู้ประกอบการที่สะท้อนพลังของการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี คือ สหแสงชัย ซุปเปอร์สโตร์ ธุรกิจค้าปลีกท้องถิ่นจากจังหวัดพิจิตร จากจุดเริ่มต้นของร้านโชห่วยเล็ก ๆ ในปี 2524 สหแสงชัยค่อย ๆ เติบโตเป็นร้านขายส่ง ก่อนปรับตัวสู่ Local Modern Trade ที่มีสินค้ากว่า 20,000 รายการ มีพนักงานหลายร้อยคน และขยายสาขาครอบคลุมจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และพื้นที่ใกล้เคียง
เบื้องหลังการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ คือ คุณจาตุรนต์ เหลืองสว่าง หรือ "คุณอู๋" กรรมการผู้จัดการ สหแสงชัย ซุปเปอร์สโตร์ ทายาทรุ่นที่สองที่เคยทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนตัดสินใจกลับบ้านหลังคุณพ่อเสียชีวิต เพื่อรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว และค่อย ๆ เปลี่ยนร้านค้าท้องถิ่นให้เติบโตในแบบของตัวเอง เรื่องราวของคุณอู๋สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง และเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจครอบครัวสามารถปรับตัวและเติบโตได้ท่ามกลางความท้าทายของโลกธุรกิจในปัจจุบัน
กลุ่มธุรกิจ TCP จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ผ่าน Durbell Successor Program หลักสูตรพัฒนาทายาทธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งจัดโดย บริษัท เดอเบล จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายและจัดจำหน่ายในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดธุรกิจให้พร้อมเติบโตในอนาคต
เรื่องราวของสหแสงชัยไม่ใช่เพียงกรณีศึกษาของธุรกิจครอบครัวที่ "อยู่รอด" แต่คือบทเรียนสำคัญสำหรับ SME ไทยว่า ในวันที่โลกเปลี่ยน ธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจท้องถิ่นยังสามารถเติบโตได้ หากกล้าที่จะเรียนรู้ ปรับตัว และเข้าใจบทบาทของตัวเองในระบบเศรษฐกิจชุมชน และยังเป็นหนึ่งในตัวอย่างของพลังด้านการศึกษาที่สะท้อนว่า ความรู้ ทักษะ และมุมมองใหม่ สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นพาธุรกิจครอบครัวไปต่อได้ พร้อมสร้างผลกระทบต่อพนักงาน ร้านค้ารายย่อย ซัปพลายเออร์ ผู้บริโภค และเศรษฐกิจชุมชนโดยรอบ
บทเรียนที่ 1: อย่ารอให้ธุรกิจถูกเปลี่ยน แต่ต้องเป็นคนเริ่มเอง
จุดเปลี่ยนสำคัญของสหแสงชัยเกิดขึ้นเมื่อคุณอู๋มองว่า รูปแบบค้าปลีกเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ลูกค้าต้องการร้านที่สะดวก มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ระบบที่ทันสมัย และประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับ Modern Trade หากร้านค้าท้องถิ่นยังทำแบบเดิม วันหนึ่งอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
"ตอนนั้นเรารู้สึกว่า ถ้าเรายังขายส่งแบบเดิม วันหนึ่งมันจะหายไปแน่ ๆ พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปหมด คนอยากเดินร้านห้องแอร์ อยากมีของให้เลือกเยอะ อยากได้โปรโมชัน ถ้าเราไม่ปรับตัว เราก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ผมเลยเริ่มสนใจว่าเราจะพัฒนาธุรกิจครอบครัวให้ไปต่ออย่างไรได้บ้าง เพราะสุดท้ายแล้ว ถ้าเราไม่เปลี่ยน เราก็ตาย"
แต่การเปลี่ยนธุรกิจที่ครอบครัวทำมาหลายสิบปีไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อตั้งกังวลเรื่องเงินลงทุน ความเสี่ยง และการแข่งขันกับค้าปลีกรายใหญ่ คุณอู๋ใช้เวลากว่า 3 ปีค่อย ๆ โน้มน้าวคุณแม่ ด้วยการพิสูจน์ให้เห็นทีละขั้น ทั้งการนำระบบคอมพิวเตอร์และบาร์โค้ดมาใช้ ศึกษาร้านค้าตัวอย่าง และพาคุณแม่ไปเห็นโลกค้าปลีกที่เปลี่ยนไป
"เราไปสั่ง CEO ไม่ได้หรอกครับ เพราะตอนนั้นเราก็เหมือนเด็กฝึกงานคนหนึ่ง เราก็ทำหน้าที่หาข้อมูล พาแม่ไปดูโลกข้างนอกว่าคนอื่นเขาไปถึงไหนกันแล้ว แล้วก็ให้คู่ค้า รวมถึงคนรอบตัวช่วยคุยกับแม่ด้วย ค่อย ๆ ทำให้เขาเห็นว่าโลกมันเปลี่ยนจริง ๆ และเราก็ต้องเปลี่ยนเหมือนกัน"
สำหรับ SME บทเรียนสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนครั้งใหญ่ แต่อาจเริ่มจากการมองเห็นปัญหาให้เร็ว ทดลองให้ไว และสร้างผลลัพธ์เล็ก ๆ เพื่อให้คนในองค์กรเห็นภาพเดียวกัน เพราะหลายครั้ง อุปสรรคของธุรกิจครอบครัวไม่ได้อยู่ที่ไม่มีโอกาส แต่อยู่ที่ยังไม่มี "ความเชื่อมั่นร่วมกัน" มากพอที่จะก้าวไปข้างหน้า
บทเรียนที่ 2: โตให้ใหญ่ได้ โดยไม่ทิ้งรากของตัวเอง
แม้สหแสงชัยจะปรับตัวสู่ Local Modern Trade แต่สิ่งที่ทำให้ธุรกิจแตกต่างจากค้าปลีกรายใหญ่ คือการเติบโตบนความเข้าใจพื้นที่ ความสัมพันธ์กับคนในชุมชน และบทบาทของธุรกิจในระบบนิเวศท้องถิ่น จากร้านขายส่งเล็ก ๆ วันนี้สหแสงชัยมีสินค้ากว่า 20,000 รายการ ขยายสาขาครอบคลุมจังหวัดพิจิตรและพิษณุโลก มีพนักงานหลายร้อยคน และเป็นทั้งแหล่งซื้อสินค้าของผู้บริโภค รวมถึงคู่ค้าสำคัญของร้านค้ารายย่อยในพื้นที่
"สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดไม่ใช่แค่ร้านโตนะครับ แต่มันคือการที่พนักงานมีงานทำ ร้านค้าย่อยมีของไปขายต่อ ชาวบ้านได้ซื้อของราคาดี แล้วทุกคนในระบบนิเวศรอบ ๆ เราเติบโตไปด้วยกัน จากเดิมที่เราเป็นร้านเล็ก ๆ ของครอบครัว วันนี้มันกลายเป็นธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้ให้คนอีกจำนวนมาก อันนี้ต่างหากที่ทำให้รู้สึกว่าการกลับมารับช่วงต่อวันนั้น มันมีความหมาย"
สำหรับ SME บทเรียนสำคัญคือ การเติบโตไม่ได้หมายถึงการเป็นธุรกิจขนาดใหญ่เสมอไป แต่คือการเติบโตในแบบที่เหมาะกับบริบทของตัวเอง เข้าใจลูกค้า รักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้า และสร้างคุณค่าให้กับชุมชน เพราะเมื่อธุรกิจท้องถิ่นเติบโตได้ก็ไม่เพียงสร้างรายได้ให้เจ้าของธุรกิจ แต่ยังช่วยรักษาการจ้างงาน สนับสนุนร้านค้ารายย่อย และทำให้เศรษฐกิจชุมชนเดินหน้าต่อได้
บทเรียนที่ 3: ความรู้และเพื่อนร่วมทาง คือพลังสำคัญของทายาทธุรกิจรุ่นใหม่
หนึ่งในความท้าทายของธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เพียงการแข่งขันทางธุรกิจ แต่คือการส่งต่อกิจการจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วขึ้น ทายาทธุรกิจจึงต้องมีทั้งความเข้าใจรากเดิม และทักษะที่จะพาธุรกิจไปสู่อนาคต
คุณอู๋มองว่า การเข้าร่วม Durbell Successor Program ไม่ได้ให้เพียงองค์ความรู้ด้านการตลาด การบริหาร หรือการยกระดับธุรกิจสู่โลกดิจิทัล แต่ยังทำให้ได้พบ "เพื่อนร่วมทาง" ที่เข้าใจความท้าทายของการสืบทอดธุรกิจครอบครัวเหมือนกัน
"สมัยก่อนเราคิดว่าเราสู้อยู่คนเดียว คิดเอง ทำเอง เหนื่อยเอง แต่พอมาเข้า Durbell Successor Program เราได้เจอเพื่อนร่วมทาง ที่มีปัญหาเหมือนเรา เคยผ่านอะไรคล้าย ๆ กัน มันเหมือนเราไม่ได้เดินคนเดียวอีกต่อไป แล้วพอเราเห็นคนอื่นลุกขึ้นมาพัฒนาธุรกิจของตัวเอง เราก็เหมือนได้เติมไฟกลับมาเหมือนกัน มันกลายเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ที่กำลังรับไม้ต่อ ได้มาแชร์ ได้มาเรียนรู้ และให้กำลังใจกัน"
สำหรับ SME บทเรียนสำคัญคือ การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเพียงในห้องอบรม แต่เกิดจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ที่กำลังเผชิญความท้าทายเดียวกัน เพราะนอกจากองค์ความรู้แล้ว "เครือข่าย" และ "เพื่อนร่วมทาง" ยังเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการพาธุรกิจไปต่อ
ด้วยความเชื่อนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP จึงพัฒนา Durbell Successor Program เพื่อสร้างพื้นที่ให้ทายาทธุรกิจรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันโครงการได้สนับสนุนผู้ประกอบการแล้ว 70 รายทั่วประเทศ
จากธุรกิจครอบครัว สู่การขับเคลื่อน SME ไทยให้ไปต่อ
สำหรับคุณอู๋ เขายังคงเชื่อว่า ทุกวิกฤตมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการต้องไม่หยุดเรียนรู้ และต้องไม่รอให้พร้อมสมบูรณ์แบบจึงค่อยเริ่มลงมือทำ
"ผมคิดว่าในทุกวิกฤต มีโอกาสอยู่เสมอ ขอแค่อย่าหยุด อย่าถอย ถ้าเรายังอยู่ในสนาม ยังลงมือทำ ผมว่าเรามีโอกาสไปต่อได้เสมอ ทำเลยครับ ไม่ทำไม่รู้ มัวแต่กล้า ๆ กลัว ๆ ก็ไม่ได้ทำสักที ถ้าศึกษามาแล้ว เห็นตัวอย่างแล้ว อยากทำ ก็ลงมือทำเลย เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่มีใครพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่ถ้าเราตั้งใจจริง ผมเชื่อว่าทุกคนพาธุรกิจของตัวเองไปต่อได้"
และสำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP ท้ายที่สุดการปลุกพลังไม่ได้หมายถึงการทำให้ธุรกิจหนึ่งเติบโตเท่านั้น แต่คือการทำให้ผู้คนกล้าลุกขึ้นมาเรียนรู้ กล้าปรับตัว และกล้าส่งต่อโอกาสให้กับคนรอบข้าง เมื่อผู้ประกอบการหนึ่งคนไปต่อได้ ธุรกิจหนึ่งแห่งก็ไปต่อได้ เมื่อธุรกิจหนึ่งแห่งไปต่อได้ ชุมชนหนึ่งก็มีโอกาสเติบโตต่อ และเมื่อพลังเล็ก ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ก็จะกลายเป็นพลังที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้า
นี่คือความหมายของคำว่า "ปลุกพลัง…ให้ไปต่อ" ที่กลุ่มธุรกิจ TCP เชื่อมาตลอด 70 ปี