นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลก หนึ่งในธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญอย่างเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หรือชิปประมวลผล กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญที่สุด เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่ Data Center, Cloud Computing, สมาร์ตโฟน,รถยนต์ไฟฟ้า, ระบบอัตโนมัติ ไปจนถึง AI ขั้นสูงที่ต้องใช้พลังประมวลผลมหาศาล
โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชิป สามารถแยกออกได้หลายประเภท ได้แก่ บริษัทผู้ผลิต เช่น TSMC บริษัทผู้ออกแบบและผลิต เช่น Intel บริษัทที่เน้นเฉพาะการออกแบบ เช่น NVIDIA และบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับผลิตชิป เช่น ASML ซึ่งภาคธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ล้วนแต่เป็นบริษัทที่มีรายได้และอัตรากำไรจากการดำเนินงานเติบโตในระดับสูงตามความต้องการใช้งาน AI ที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดย CLSA คาดการณ์ว่ารายได้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะทำได้ถึง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนการขยายตัวของความต้องการชิปจากหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ใช่เพียง AI เท่านั้น แต่รวมถึง Cloud, 5G, รถยนต์ไฟฟ้า, อุปกรณ์ IoT และระบบประมวลผลขั้นสูง
ดังนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างกำไรไปกับธุรกิจที่เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลก บลจ.ทิสโก้จึงเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ Semiconductor (TSEMICON) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในกองทุน VanEck Semiconductor ETF ซึ่งจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แนสแดค สหรัฐฯ เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 6-13 กรกฎาคม
2569
"เซมิคอนดักเตอร์ ไม่ได้เป็นเพียงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แต่เป็นสมอง ของอุปกรณ์ดิจิทัลเกือบทุกประเภท ยิ่งโลกต้องการประมวลผลข้อมูลมากขึ้นความต้องการชิปก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในยุค AI ที่ต้องใช้ชิปประสิทธิภาพสูง เช่น GPU, Memory Chip, CPU และชิปสำหรับ Data Center ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือ Hyperscalers เช่น Amazon, Microsoft, Alphabet และ Meta ยังคงเพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะ Data Center และระบบประมวลผล AI ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการชิปขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง" นายสาห์รัชกล่าว
พิเศษ สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาที่ลงทุนกองทุน TSEMICON ตั้งแต่วันที่ 6-13 กรกฎาคม 2569 ยอดเงินลงทุน 100,000 - 999,999 บาท รับหน่วยลงทุนกองทุนเปิดทิสโก้ โกลด์ ฟันด์ (TGOLD) มูลค่า 100 บาท ยอดเงินลงทุน 1,000,000 - 9,999,999 บาท รับหน่วยลงทุน TGOLD มูลค่า 1,000 บาท ยอดเงินลงทุน 10,000,000 บาทขึ้นไป รับหน่วยลงทุน TGOLD มูลค่า 10,000 บาท (1 ท่านต่อ 1 สิทธิ)
กองทุนเปิด TSEMICON ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
ผู้สนใจลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน และสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดหรือขอรับหนังสือชี้ชวนกองทุนรวมอื่นๆ ของบลจ.ทิสโก้ได้ที่ บลจ.ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ TISCO Contact Center โทร. 0 2633 6000
กด 4, 0 2080 6000 กด 4 และwww.tiscoasset.com หรือ แอปพลิเคชัน TISCO My Funds