Bitget เตือนบิตคอยน์อาจลงแตะ 50,000 ดอลลาร์ หากบอนด์ยิลด์ยังพุ่งต่อ แนะกระจายพอร์ตลงทุนไปสินทรัพย์อื่น มองราคาทองอาจแตะ 6,000 ดอลลาร์

  • Bitget เผยความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายการเงินตึงตัวของธนาคารกลางสหรัฐฯส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยเสี่ยงอาจกดราคาบิตคอยน์ลงทดสอบระดับ 54,000 - 50,000 ดอลลาร์ ชี้หากลดลงถึงระดับดังกล่าวเทรนด์การปรับลดลงจะเริ่มจำกัด
  • แนะสามารถใช้เป็นจังหวะสะสม ควบคู่การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่นอย่างเช่นทองคำที่มีโอกาสขึ้นทดสอบ 6,000 ดอลลาร์ และดัชนี S&P500 มีลุ้นไปที่ระดับ 7,500-8,000 จุด ภายในปีนี้และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 2 ปี และ 10 ปี คาดว่าจะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 4.0% - 4.5%
  • ล่าสุดจัดการแข่งขัน "UEX Futures League" ทัวร์นาเมนต์จำลองรูปแบบ Esports ที่ผสมผสานทั้งตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและตลาดการเงินดั้งเดิม (Traditional Financial Markets) ทั้ง สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีตลาดหุ้น ฯลฯ เข้าไว้ด้วยกันภายใต้รูปแบบการแข่งขันหนึ่งเดียวโดยสามารถซื้อขายได้ด้วยบัญชีเดียว เพื่อตอกย้ำภาพการเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ครบวงจรรายแรก
  • Monday 6 July 2026 17:03
Bitget เตือนบิตคอยน์อาจลงแตะ 50,000 ดอลลาร์ หากบอนด์ยิลด์ยังพุ่งต่อ แนะกระจายพอร์ตลงทุนไปสินทรัพย์อื่น มองราคาทองอาจแตะ 6,000 ดอลลาร์

นางสาวเกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการของ บิตเก็ต (Bitget) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก กล่าวว่าราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงแตะระดับ 58,000 ดอลลาร์ จากการที่กองทุน Bitcoin Spot ETF มีเงินทุนไหลออกสุทธิมากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม จากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาดทำลายความหวังของตลาดเรื่องการลดดอกเบี้ยในระยะสั้นของธนาคารกลางสหรัฐฯส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงตึงตัวขึ้น

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยบวกจากนักลงทุนระดับวาฬยังคงเดินหน้าช้อนซื้อบิตคอยน์สะสม ควบคู่ไปกับปริมาณสำรองบิตคอยน์บนกระดานเทรดที่อยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกันนักลงทุนระยะยาว (Long-term Holders) กำลังเผชิญกับสภาวะขาดทุนที่ยังไม่ได้บันทึก (Unrealized Losses) รวมกันมากกว่า 10 ล้าน BTC ซึ่งในอดีตระดับตัวเลขเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นใกล้เคียงกับช่วงจุดต่ำสุดของตลาด

"ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในครึ่งปีหลังคือสภาพคล่องในตลาดจะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของทุกสินทรัพย์ สิ่งที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล, นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ, ตัวเลขเงินเฟ้อ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงพุ่งสูงและเงินทุนยังไหลออกจาก ETF ต่อเนื่อง ก็จะเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกดดันให้ราคาบิตคอยน์ลงไปทดสอบแนวรับถัดไปในโซน 54,000 - 50,000 ดอลลาร์ได้"

อย่างไรก็ดี ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวอยู่ที่ราว 101.3 และบอนด์ยิลด์ 10 ปีอยู่ที่ 4.39% สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่ได้ตื่นตระหนกจนต้องรีบหมุนเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยแบบสุดตัว คาดว่าทิศทางการปรับตัวลง (Downside) ของตลาดคริปโทไม่น่าจะลงไปมากกว่านี้อีกมองเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสมได้ นอกจากนี้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้ โดยในส่วนของดัชนี S&P 500 คาดการณ์เป้าหมายสิ้นปีอยู่ที่ระดับ 7,500 - 8,000 จุด แรงหนุนจากผลประกอบการภาคธุรกิจที่ยืดหยุ่นและการลงทุนในกลุ่ม AI ที่ยังคงขยายตัว ส่วนราคาทองคำจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 4,900-6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันคาดว่าจะยังคงผันผวนสูงจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่

เพื่อตอกย้ำภาพการเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ครบวงจรรายแรก (Universal EXchange) ล่าสุด Bitget ได้จัดการแข่งขัน "UEX Futures League" ทัวร์นาเมนต์จำลองรูปแบบ Esports ที่ผสมผสานทั้งตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและตลาดการเงินดั้งเดิม (Traditional Financial Markets) อย่างเช่นสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีตลาดหุ้น ฯลฯเข้าไว้ด้วยกันภายใต้รูปแบบการแข่งขันหนึ่งเดียวโดยสามารถซื้อขายได้ด้วยบัญชีเดียวเท่านั้น

"ความเชื่อมโยงระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลและสินทรัพย์การลงทุนดั้งเดิมมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น ครึ่งปีแรกของปีนี้ผลตอบแทนของคริปโทและหุ้นที่เกี่ยวข้องอาจจะย่ำแย่กว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเอไอ แต่เรามองว่ามีโอกาสสูงที่เม็ดเงินลงทุนจะย้ายกลับมายังคริปโทในช่วงปลายปีนี้ โดยปัจจัยที่ต้องจับตาคือกฎหมาย CLARITY Act ที่จะดึงเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันกลับมาได้อีกมากรวมถึงนโยบายการเงินสหรัฐฯที่จะเริ่มมีความชัดเจน"