LINE MAN RIDE เร่งขยายรถ EV ยกระดับรายได้-ลดต้นทุนคนขับกว่า 60% พร้อมทดลองบริการเรียกรถ EV โดยเฉพาะ ผ่านฟีเจอร์ใหม่ "Comfort"

LINE MAN เดินหน้าลงทุนสร้าง EV Ecosystem ภายใต้บริการเรียกรถ LINE MAN RIDE ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับ EV คุณภาพอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026 ผ่านโมเดลเช่ารถที่ช่วยเพิ่มรายได้คนขับและลดต้นทุนเชื้อเพลิง พร้อมเปิดทดลองฟีเจอร์ "Comfort" เชื่อมโยงความต้องการของผู้โดยสารเข้ากับเครือข่ายรถ EV ที่กำลังขยายตัวบนแพลตฟอร์ม

Wednesday 8 July 2026 16:41
LINE MAN RIDE เร่งขยายรถ EV ยกระดับรายได้-ลดต้นทุนคนขับกว่า 60% พร้อมทดลองบริการเรียกรถ EV โดยเฉพาะ ผ่านฟีเจอร์ใหม่ "Comfort"

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า "ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญของธุรกิจ Ride-hailing ในระยะยาว คือการมีเครือข่ายคนขับที่มีคุณภาพและสามารถประกอบอาชีพบนแพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน เราจึงเลือกลงทุนที่การลดต้นทุนของคนขับผ่านโมเดลเช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพราะเมื่อคนขับมีต้นทุนต่ำลง รายได้สุทธิก็เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ผู้โดยสารก็ได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้นไปพร้อมกัน นี่คือแนวทางการสร้าง EV Ecosystem ที่เติบโตได้อย่างสมดุลทั้งฝั่งคนขับ ผู้โดยสาร และแพลตฟอร์ม

หลังเปิดให้บริการเรียกรถ EV ในเดือนกรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา LINE MAN RIDE สามารถขยายจำนวนรถ EV ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 10 เดือน จากโมเมนตัมการเติบโตดังกล่าว LINE MAN จึงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับรถ EV ที่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์มอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2026 พร้อมสนับสนุนให้คนขับได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ

ในขณะเดียวกัน เราต้องขยายความต้องการใช้งานให้สมดุลไปกับจำนวนคนขับ ด้วยการเปิดทดลองฟีเจอร์ "Comfort" ซึ่งเป็นบริการเรียกรถประเภทใหม่บน LINE MAN RIDE จากเดิมที่ให้บริการเรียกรถแท็กซี่ รถยนต์ส่วนบุคคล และมอเตอร์ไซค์สำหรับรับ-ส่ง โดยผู้โดยสารสามารถเลือกเรียกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ในราคาที่เข้าถึงได้ นำร่องให้บริการในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนทยอยขยายเพิ่มเติมในอนาคต ด้วยประสบการณ์การโดยสารที่ดีในราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้มีอัตราการใช้บริการซ้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงมั่นใจว่ายอดการใช้บริการฟีเจอร์เรียกรถ EV จะเติบโตขึ้น 10 เท่าภายในสิ้นปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงทดลองให้บริการในเดือนกรกฎาคม 2026"

ข้อมูลจาก LINE MAN RIDE พบว่า การลดต้นทุนการประกอบอาชีพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับรายได้ของคนขับ โดยรถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60% หรือเฉลี่ยประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนต่อคัน เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป ส่งผลให้คนขับมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับการขับแท็กซี่ทั่วไป

เพื่อให้คนขับเข้าถึงรถ EV ได้ง่ายขึ้น LINE MAN จึงพัฒนาโมเดลเช่าขับเต็มเวลา ใช้เงินเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท พร้อมการันตีรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ขับที่เข้าเงื่อนไข สนับสนุนการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของรถได้เมื่อเช่าครบ 6 ปี ปัจจุบัน LINE MAN RIDE ร่วมมือกับพันธมิตรด้านรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อร่วมกันลดอุปสรรคในการเข้าสู่อาชีพ เปิดโอกาสให้คนไม่มีรถสามารถเริ่มขับได้ทันที และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตของ EV Ecosystem ในระยะยาว

ด้านศิลา อุดมสมบูรณ์ พาร์ทเนอร์คนขับ LINE MAN RIDE ที่ขับรถ EV ให้บริการตั้งแต่ช่วงแรก เล่าว่า "ช่วงเริ่มต้น ขับรถตั้งแต่เช้ามืด กลับดึก แต่หลังจากได้เรียนรู้จากโค้ชคนขับ LINE MAN RIDE รวมถึงเริ่มเข้าใจพฤติกรรมผู้โดยสารในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลาก็เปลี่ยนมาวิ่งงานอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น เช่น ช่วงเช้ารับงานแถวสีลม-จุฬาฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ บุคลากรทางการแพทย์ และนักศึกษา กลางวันย้ายไปลาดพร้าว รามอินทรา รามคำแหง ส่วนช่วงเย็นเลือกวิ่งโซนชานเมืองซึ่งมีผู้ปกครองรับส่งบุตรหลานและคนทำงานเดินทางกลับบ้าน ทำให้แม้จะใช้เวลาทำงานน้อยลง แต่รายได้กลับมากกว่าเดิม เพราะไม่ได้ขับไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีจุดหมาย รายได้ที่เพิ่มขึ้นจึงมาจากการบริหารต้นทุนและการวางแผนรับงานอย่างมีประสิทธิภาพ"

ผลลัพธ์ของการขยาย EV Ecosystem นอกจากการยกระดับรายได้ของคนขับแล้ว ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถ EV บนแพลตฟอร์ม LINE MAN มีการใช้งานเฉลี่ยกว่า 5,000 กิโลเมตรต่อเดือนต่อคัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 0.75 ตันต่อเดือน และปัจจุบัน LINE MAN RIDE สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO? สะสมได้แล้วกว่า 3,500 ตัน เทียบเท่ากับการนำรถยนต์กว่า 750 คันออกจากท้องถนนตลอดทั้งปี

นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายรถ EV แล้ว LINE MAN RIDE ยังคงพัฒนาประสบการณ์การเดินทางภายใต้แนวคิด "ราคาถูก ปลอดภัย" ด้วยราคาที่คุ้มค่า พร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย เช่น Chat Stickers สำหรับสื่อสารกับคนขับ และ QR Payment สำหรับการชำระเงิน ขณะที่ด้านความปลอดภัยมีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Tracking) การตรวจสอบประวัติคนขับ ประกันคุ้มครองทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ระบบประเมินคะแนนแบบไม่เปิดเผยตัวตน และเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก