"ผมให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เพราะเหล็กไม่ใช่เพียงวัสดุก่อสร้าง แต่เป็นรากฐานสำคัญ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร และคุณภาพชีวิตของผู้คน สำหรับผม การเติบโตขององค์กร ต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว" คุณศุภกิจกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น
จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว ZIGA นำแนวคิด ESG มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะ และวัสดุแห่งชาติ (MTEC) วิจัยและพัฒนานวัตกรรมท่อเหล็กเคลือบพิเศษ 'ZUPER ZIGA' ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาให้ภาคเกษตรกรรมและฟาร์มกุ้งโดยเฉพาะ ท่อเหล็กชนิดนี้มีจุดเด่นคือ ทนต่อแรงบิด แรงกระแทก และการกัดกร่อน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยคุณสมบัติไร้สารปนเปื้อน จึงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมลภาวะทางน้ำ
การนำนวัตกรรมนี้มาใช้จะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ และถือเป็นการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพราะช่วยยืดอายุโครงสร้าง ลดความถี่ในการซ่อมบำรุง และลดปริมาณของเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ในมิติสังคมและธรรมาภิบาล บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งด้านบุคลากร ระบบการบริหารจัดการ และมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม เพื่อสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างมั่นคง ตลอดจนสร้างประโยชน์คืนสู่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเหล็ก ชุมชน และสิ่งแวดล้อม หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ZIGA จึงก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ESG in Action ภายใต้ 'โครงการ Village to the World Season 5' นำวิสัยทัศน์ระดับองค์กร ลงสู่พื้นที่จริงในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ณ โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่าง
ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี และ โรงเรียนฅนทำนาเกลือ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม
นอกจากได้เรียนรู้วิถีชุมชนนาเกลือ เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และร่วมกิจกรรม CSR กับโครงการพระราชดำริฯ บริษัทฯ ยังสนับสนุนรถเข็นเกลือ จากท่อเหล็ก ZUPER ZIGA ให้แก่โรงเรียนฅนทำนาเกลือ ด้วยความตั้งใจที่อยากจะนำ นวัตกรรมระดับอุตสาหกรรมมายกระดับวิถีชีวิตของชุมชน
จากกิจกรรมดังกล่าว ZIGA ต่อยอดไปสู่การร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ผ่านการปล่อยสัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ ณ โครงการฟาร์มทะเลตัวอย่างฯ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของบริษัทฯ ที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
สำหรับคุณศุภกิจ ความสำเร็จที่แท้จริง มิได้วัดจากผลประกอบการ หรือการเติบโตทางธุรกิจ แต่คือการที่องค์กรลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับ มาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กไทย สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อปกป้องทรัพยากร และตอบโจทย์อนาคต ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์แล้วว่า ธุรกิจที่แข็งแกร่ง ดั่งเหล็กกล้า ก้าวเดิน เติบโต และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันได้ ดั่งวิสัยทัศน์ 'Steel for Better Life'