นายปีเตอร์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายมิติ แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมรักษาความแข็งแกร่งผ่านการปรับกลยุทธ์สู่การกระจายพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มุ่งเน้นเพียงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย สู่การสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของเราคือ การถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49.33 ในกองทรัสต์ IMPACT REIT รวมถึงธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าที่ยังคงมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 70-80 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญญาเช่าระยะยาว นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและโครงการคอนโดมิเนียมให้เช่ายังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการเตรียมเปิดอาคารเรียนแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยศิลปากรในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ ยังคงมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ปัจจัยเหล่านี้ล้วนสนับสนุนให้บริษัทฯ มีกระแสเงินสดที่มั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน"
ทิศทางกลยุทธ์และนวัตกรรมแห่งอนาคต
แม้บริษัทฯ จะมุ่งขยายฐานรายได้จากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายอย่างเต็มกำลัง โดยบริษัทฯ เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า "เมืองทองธานี" เป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงและพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้าสู่เมืองทองธานีทั้ง 2 สถานี ซึ่งในปีที่ผ่านมามียอดผู้ใช้บริการรวมกว่า 1.59 ล้านคน หรือเฉลี่ยกว่า 122,000 คนต่อเดือน ประกอบกับการมีโครงข่ายทางด่วนที่เชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่โดยตรง ยิ่งเป็นการยกระดับความสะดวกสบายในการเดินทาง และเสริมศักยภาพให้เมืองทองธานีกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญทั้งสำหรับผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือน
การลงนาม MOU ร่วมกับ EHang
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ก้าวไปอีกขั้นในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ EHang Holdings Limited ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการคมนาคมทางอากาศในเขตเมือง (Urban Air Mobility) ซึ่งได้เลือกเมืองทองธานีเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกในประเทศไทย สำหรับการเปิดตัวโดรนโดยสารไร้คนขับ หรือ "eVTOLs" โดยบริษัทฯ มั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้เมืองทองธานีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
ปัจจัยหนุนดีมานด์เชิงบวกในเมืองทองธานี
นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมใหม่ๆ แล้ว ภาคการศึกษายังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างดีมานด์และเพิ่มความคึกคักให้กับเมืองทองธานีอย่างต่อเนื่อง โดย มหาวิทยาลัยศิลปากร มีกำหนดเปิดอาคารเรียนแห่งใหม่ภายในปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีนักศึกษาไทยและต่างชาติเข้าศึกษาประมาณ 1,400 คนในปีแรก และเพิ่มขึ้นเป็นราว 5,000 คนภายใน 5 ปีข้างหน้า พัฒนาการดังกล่าวเริ่มส่งผลเชิงบวกต่อความต้องการด้านที่อยู่อาศัย การลงทุน และธุรกิจบริการในพื้นที่อย่างชัดเจน โดยเฉพาะโครงการ โมริ คอนโดมิเนียม และ ดับเบิ้ล เลค คอนโดมิเนียม ที่ได้รับความสนใจจากทั้งกลุ่มนักลงทุนและผู้เช่ามากขึ้น
และล่าสุด บริษัทฯ ได้เดินหน้าสนับสนุนการเติบโตของเมืองทองธานีในระยะยาว ผ่านความร่วมมือกับ AIS ในการพัฒนาเมืองทองธานีบนพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ภายใต้แนวคิด "Muang Thong NEXT: Smart & Connected City" โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลล้ำสมัย อาทิ 5G Advanced, AI, Cloud และ Data Center มายกระดับระบบนิเวศของเมืองให้เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การทำงาน การศึกษา และความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ สร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำศักยภาพของเมืองทองธานีในฐานะต้นแบบเมืองอัจฉริยะแห่งอนาคต ที่พร้อมรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจและชุมชนในระยะยาว
"แม้สภาวะเศรษฐกิจและตลาดในปัจจุบันจะยังเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ผมเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ มีความพร้อมและศักยภาพในการรับมือกับความไม่แน่นอนต่างๆ ได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน โครงการและการพัฒนาใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำพาบริษัทฯ ไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว เราจะยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนต่อไป" นายปีเตอร์ กล่าวสรุป