ภายในบูทของคลินิกฯ มีการให้บริการตรวจสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนโดยทีมแพทย์แผนจีนผู้มากประสบการณ์ ทั้งการจับชีพจร (แมะ) การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพเฉพาะบุคคล การดูแลสุขภาพตามหลักการแพทย์แผนจีนแบบองค์รวม ตลอดจนบริการฝังเข็มโดยทีมแพทย์แผนจีนจากแผนกฝังเข็ม ไม่มีค่าบริการ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงศาสตร์การแพทย์แผนจีนอย่างใกล้ชิด พร้อมรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ คือการนำนวัตกรรมด้านสุขภาพ "กระจกตรวจโรคอัจฉริยะ" มาร่วมจัดแสดงภายในบูท เพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมกับศาสตร์การแพทย์แผนจีน อันเป็นอีกหนึ่งทิศทางสำคัญของการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตของประชาชนในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
นอกจากการให้บริการตรวจสุขภาพแล้ว คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวยังได้จัดกิจกรรม เสวนาให้ความรู้และเวิร์กช็อปด้านสุขภาพตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 วัน โดยแพทย์แผนจีนจากคลินิกฯ ได้ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ในประเด็นสุขภาพที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การดูแลสุขภาพผู้หญิง การดูแลเด็กเล็ก การดูแลผู้สูงอายุ ปัญหาสุขภาพผิว โรคภูมิแพ้ การรับมือวัยทอง ปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ ตลอดจนผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อสุขภาพปอด ควบคู่กับกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม
ตลอดระยะเวลาการจัดงาน บูทของคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของบริการตรวจสุขภาพ กิจกรรมเสวนา เวิร์กช็อป และนิทรรศการความรู้ด้านสมุนไพรไทย-จีน สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของภาคประชาชนต่อศาสตร์การแพทย์แผนจีนในฐานะอีกหนึ่งแนวทางด้านสุขภาพที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการรักษา การฟื้นฟู และการส่งเสริมสุขภาพ
การเข้าร่วมงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการและองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนจีนเท่านั้น หากยังเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวในการร่วมขับเคลื่อนศาสตร์การแพทย์แผนจีนในประเทศไทย ผ่านการพัฒนาบริการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแพทย์แผนจีนเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญของระบบสุขภาพไทย