อย่างไรก็ตาม แนวก่อสร้างเขื่อนบริเวณชุมชนแจ้งวัฒนะดังกล่าว มีการใช้พื้นที่ด้านหน้าบางส่วนเป็นถนน (ซอยแจ้งวัฒนะ 5) ทำให้แนวก่อสร้างช่วงที่ต่อกับชุมชนมิตรประชา มีแนวไม่เป็นเส้นตรง โดยมีแนวหักเข้ามาในคลองมากกว่าแนวก่อสร้างของชุมชนใกล้เคียง (ชุมชนมิตรประชา) ประมาณ 3-4 เมตร แต่แนวที่ยื่นดังกล่าวยังน้อยกว่าแนวบ้านรุกล้ำเดิมของชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 ซึ่งยื่นเข้ามาในคลองประมาณ 5-7 เมตร ดังนั้น การก่อสร้างเขื่อนริมคลองเปรมประชากรบริเวณชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างสภาพเดิมก่อนที่จะทำการรื้อย้ายบ้านรุกล้ำออก กับสภาพภายหลังจากการก่อสร้างเขื่อนและการก่อสร้างบ้านมั่นคงแล้วเสร็จนั้น จะเห็นได้ว่าคลองบริเวณดังกล่าวฝั่งด้านชุมชนแจ้งวัฒนะจะมีความกว้างมากกว่าเดิม ส่วนพื้นที่บริเวณริมตลิ่งที่เหลือจากการก่อสร้างเขื่อนยังได้ออกแบบก่อสร้างบ้านมั่นคง เพื่อไว้รองรับผู้ที่อยู่อาศัยรุกล้ำริมคลองเดิม ปัจจุบันได้รื้อย้ายบ้านรุกล้ำชุมชนแจ้งวัฒนะ 5 แล้วจำนวน 55 หลัง สามารถก่อสร้างเขื่อนได้ความยาวประมาณ 200 เมตร ทั้งนี้ การก่อสร้างเขื่อนริมคลองเปรมประชากรบริเวณดังกล่าว สามารถดำเนินการก่อสร้างได้เพียงฝั่งเดียว และไม่สามารถก่อสร้างเขื่อนบริเวณสะพานคนเดินข้ามคลองเดิมได้ เนื่องจากยังมีบ้านรุกล้ำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม (ชุมชนเปรมสุขสันต์) ปัจจุบันยังไม่ยินยอมรื้อย้าย เพื่อให้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อน โดยในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานเขตหลักสี่ สำนักการระบายน้ำ กรมธนารักษ์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดเวทีชี้แจงสร้างความเข้าใจและร่วมลงพื้นที่ ซึ่งชุมชนอื่น ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว (ชุมชนมิตรประชา ชุมชนตลาดหลักสี่ และชุมชนแจ้งวัฒนะ 5) ส่วนใหญ่ได้รื้อย้ายและก่อสร้างเขื่อนและบ้านมั่นคงแล้ว คงเหลือชุมชนเปรมสุขสันต์ ที่ยังไม่ให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายออกเพื่อที่จะร่วมกันในการพัฒนาคลองเปรมประชากร ทั้งนี้ หากชุมชนเปรมสุขสันต์ ให้ความร่วมมือรื้อย้ายก็จะสามารถก่อสร้างเขื่อนบริเวณดังกล่าวและขยายคลองได้ความกว้างไม่น้อยกว่า 25 เมตร ส่วนพื้นที่ที่เหลือจากการก่อสร้างเขื่อนสามารถจัดที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงรองรับผู้รุกล้ำเดิมได้ทั้งหมด
สำหรับความก้าวหน้าการพัฒนาคลองเปรมประชากร ปัจจุบันการพัฒนาคลองเปรมประชากร จากถนนเทศบาลสงเคราะห์ถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร สามารถรื้อย้ายบ้านรุกล้ำในพื้นที่เขตจตุจักร เขตหลักสี่ และเขตดอนเมือง ได้รวมประมาณ 2,300 หลัง (จากทั้งหมด 4,398 หลัง) และสำนักการระบายน้ำได้ก่อสร้าง เขื่อนได้ความยาวประมาณ 15,400 เมตร (จากทั้งหมดประมาณ 25,280 เมตร) คิดเป็นผลงานประมาณร้อยละ 60 ขณะเดียวกัน ยังได้มีพื้นที่ที่ทำการรื้อย้ายแล้วและอยู่ระหว่างการทำงานก่อสร้างเขื่อนความยาวประมาณ 800 เมตร ส่วนพื้นที่ที่ยังติดปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับบ้านรุกล้ำ ได้มีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อชี้แจง สร้างความรู้ สร้างความเข้าใจร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และมีบางพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการใช้มาตรการทางด้านกฎหมายควบคู่ไปด้วยกัน
ส่วนการพัฒนาคลองเปรมประชากรเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ที่ได้มอบหมายให้ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาคลองเปรมประชากร เพื่อแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ และพัฒนาพื้นที่ริมคลองให้มีความสะอาดสวยงาม สามารถเป็นทางสัญจร รวมทั้งใช้ประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเพณีได้ด้วย โดยเริ่มตั้งแต่การฟื้นฟูสภาพคลอง การปรับภูมิทัศน์ การสร้างการรับรู้ และการพัฒนาคลองเปรมประชากร และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยให้ กทม. พิจารณาก่อสร้างเขื่อนคลองเปรมประชากรตามสภาพและมอบให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และกรมธนารักษ์ ร่วมกับ กทม. วางผังการจัดหาที่อยู่อาศัยถาวรให้กับผู้ได้รับผลกระทบซึ่งจะต้องรื้อบ้านรุกล้ำทั้งหมดและจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่บริเวณริมคลองเปรมประชากร
ทั้งนี้ คลองเปรมประชากร เริ่มต้นจากคลองผดุงกรุงเกษม กทม. ผ่านพื้นที่ของกรุงเทพฯ จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความยาวรวม 50.8 กิโลเมตร สภาพทั่วไปของคลองเปรมประชากรมีปัญหาการรุกล้ำคลองเป็นจำนวนมาก ชุมชนริมคลองส่วนใหญ่มีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด มีปัญหาขยะและน้ำเสีย สภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม อีกทั้งสิ่งก่อสร้างรุกล้ำคลองเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ โดยเฉพาะช่วงจากถนนเทศบาลสงเคราะห์ถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร ความยาวประมาณ 13 กิโลเมตร สภาพเดิมมีบ้านรุกล้ำจำนวน 4,398 หลัง คิดเป็นจำนวน 5,616 ครัวเรือน