Bitkub Academy แนะนำผู้ใช้งาน Coldcard หลังพบช่องโหว่ ยอดเสียหายกว่า 1,367 BTC

กระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard กำลังเผชิญการโจมตีต่อเนื่องเป็นระลอกที่ 4 ในช่วงวันที่ 2-3 สิงหาคม 2569 ทำให้ยอดความเสียหายสะสมเพิ่มเป็นราว 1,367 BTC หรือเกือบ 89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากที่อยู่กระเป๋าราว 4,585 กระเป๋า เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 30-31 กรกฎาคม 2569 ที่มีการกวาดเหรียญ 594 BTC (ราว 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ออกจากกระเป๋าราว 500 ใบภายในเวลาเพียง 25 นาที ซึ่งหลายใบไม่มีการเคลื่อนไหวมานานหลายปี

Tuesday 4 August 2026 14:44
Bitkub Academy แนะนำผู้ใช้งาน Coldcard หลังพบช่องโหว่ ยอดเสียหายกว่า 1,367 BTC

ต้นตอไม่ได้อยู่ที่ความผิดพลาดของผู้ใช้ แต่อยู่ที่ตัวอุปกรณ์เอง โดยปกติกระเป๋าฮาร์ดแวร์ต้อง "สุ่ม" กุญแจลับจากตัวสร้างเลขสุ่มในชิป เหมือนตู้เซฟที่ตั้งรหัสแบบเดาไม่ได้เลย แต่รายงานระบุว่ามีการตั้งค่าผิดพลาดตอนสร้างเฟิร์มแวร์ ทำให้เครื่องข้ามตัวสร้างเลขสุ่มของฮาร์ดแวร์ แล้วหันไปใช้ข้อมูลที่คาดเดาได้อย่างหมายเลขประจำเครื่องและค่านาฬิกาแทน เท่ากับตู้เซฟถูกตั้งรหัสจาก "หมายเลขเครื่อง" แทนที่จะสุ่มจริง ผลคือความปลอดภัยลดจากระดับ 128 บิตเหลือเพียงราว 40 บิต ซึ่งเป็นระดับที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปไล่เดาจนครบได้ และข้อบกพร่องนี้ฝังอยู่ในเครื่องมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564

จุดที่อยากให้อ่านอย่างระมัดระวังคือคำแนะนำเปลี่ยนไปแล้ว ช่วงแรกระบุว่ากระทบเฉพาะรุ่น Mk3 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ตั้งแต่เวอร์ชัน 4.0.1 จนถึง 5.0.3 ส่วน Mk4, Mk5 และ Q ไม่ได้รับผลกระทบ อีกทั้งกระเป๋าที่ตั้งรหัสผ่านเสริม (Passphrase) ถือว่าเสี่ยงต่ำ แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่ากระเป๋า Mk3 ที่ตั้ง Passphrase สั้นเพียง 2 คำก็ถูกเจาะแล้ว และ Coinkite ยอมรับว่าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัย 100% ของรุ่นอื่นได้ พร้อมเร่งให้ผู้ใช้ย้ายสินทรัพย์ออก ด้าน Rodolfo Novak ซีอีโอของ Coinkite ระบุว่า "เรากำลังระดมกำลังตรวจสอบทุกอย่างอย่างละเอียด และจะมีรายงานทางเทคนิคออกมาเร็วๆ นี้" โดยบริษัทได้ปล่อยเฟิร์มแวร์แก้ไขแล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์ยี่ห้ออื่นคือ ปัญหานี้ไม่ได้ลุกลามข้ามค่าย เพราะเป็นข้อบกพร่องเฉพาะในเฟิร์มแวร์ที่ Coinkite พัฒนาเอง โดย Ledger ออกแถลงว่า "Ledger ไม่ได้รับผลกระทบจากประกาศเตือนเรื่อง Coldcard Mk3" พร้อมระบุว่าอุปกรณ์ของตนใช้ตัวสร้างเลขสุ่มจริง (TRNG) ที่ผ่านการรับรองฝังอยู่ในชิป Secure Element ขณะที่ Trezor ยืนยันว่า "ผู้ใช้ Trezor สบายใจได้ เงินของคุณปลอดภัย ปัญหาของ Coldcard จำกัดอยู่แค่เฟิร์มแวร์ของเขาเองและวิธีที่อุปกรณ์บางรุ่นสร้างค่าสุ่ม" เช่นเดียวกับ Bitkey ของ Block และ Jade ที่รายงานว่าไม่ได้รับผลกระทบ

หากคุณหรือคนใกล้ตัวใช้ Coldcard อยู่ สิ่งที่ควรทำคือตรวจสอบรุ่นและเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ แล้วพิจารณาย้ายเหรียญไปยังกระเป๋าที่สร้าง seed ขึ้นใหม่บนอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับผลกระทบ โดยควรทดสอบด้วยยอดเล็กก่อนย้ายทั้งหมด เพื่อไม่ให้ความรีบร้อนกลายเป็นความผิดพลาดซ้ำสอง เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้แต่ Cold Wallet ที่ถูกมองว่าปลอดภัยที่สุด ก็ยังต้องติดตามประกาศจากผู้ผลิตอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ตลาดโดยรวมยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจน โดยราคาบิตคอยน์ยังเคลื่อนไหวเหนือระดับ 64,000 ดอลลาร์สหรัฐ