โดยได้มีการติดตามการใช้พลังงานระหว่าง เดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 พบว่าสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ไฟฟ้ารวม 1,046,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง ลดลง 20,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง หรือ ร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 1,066,000 กิโลวัตต์ชั่วโมง การลดการใช้พลังงานดังกล่าว ส่งผลให้ ค่าไฟฟ้าลดลง 283,266.15 บาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 6.2 พร้อมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 11,562 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) ซึ่งเทียบเท่ากับ การปลูกต้นไม้ 531.1 ต้นต่อปี ทำให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยยังปรับลดลง จาก 4.3194 บาทต่อหน่วย ในปี 2568 เหลือ 4.1312 บาทต่อหน่วย ในปี 2569 หรือลดลง 0.1882 บาทต่อหน่วย สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานและการควบคุมต้นทุนด้านพลังงานที่ดีขึ้นขององค์กร
นอกจากนี้ผลสำรวจการปฏิบัติงาน Work From Home จากการทำงานของพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ 76 คน ในช่วงเวลาดังกล่าว ช่วยลดการเดินทางได้รวมกว่า 2,799 กิโลเมตร ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 3,645.94 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) ซึ่งก่อนเข้าร่วมโครงการ พนักงานส่วนใหญ่เดินทางมาทำงานด้วย รถยนต์ส่วนบุคคล รองลงมาคือ รถจักรยานยนต์ ขณะที่บางส่วนใช้ รถไฟ, รถโดยสารสาธารณะ และรถสองแถว หรือใช้การเดินทางหลายรูปแบบร่วมกัน ดังนั้น การทำงานจากที่บ้านจึงช่วยลดการใช้ยานพาหนะ ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ลดการปล่อยมลพิษจากการเดินทาง และช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรได้ในอีกทางหนึ่ง
จากผลสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเครือ "เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์" ในการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG หรือสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมขับเคลื่อนองค์กรสื่อสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะทุกหน่วยพลังงานที่ประหยัดได้ ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนองค์กร แต่ยังเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทย