กรมอนามัยห่วงใยประชาชน เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก ดูแลสุขอนามัย ป้องกันภัยสุขภาพ

จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนระหว่างวันที่ 8 - 9 สิงหาคม 2569 โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขณะที่ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลและภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงจากฝนตกหนักและฝนที่สะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กรมอนามัยมีความห่วงใยประชาชน จึงสั่งการทีม SEhRT ร่วมกับหน่วยงานระดับพื้นที่ เตรียมความพร้อมดูแลประชาชน จัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม พร้อมสื่อสารความเสี่ยงและให้คำแนะนำประชาชน

Monday 10 August 2026 08:32
กรมอนามัยห่วงใยประชาชน เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก ดูแลสุขอนามัย ป้องกันภัยสุขภาพ

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาและรายงานสถานการณ์อุทกภัยของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ที่ยังคงยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์เป็น "สูงเฉพาะพื้นที่" โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ยโสธร และแม่ฮ่องสอน ประกอบกับหลายพื้นที่ยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีความเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และน้ำท่วมฉับพลัน กรมอนามัยมีความห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบาง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมทั้งด้านสุขภาพและของใช้จำเป็น โดยเตรียมอาหาร น้ำดื่มสะอาด ยาประจำตัว และของใช้จำเป็นสำหรับการอพยพ หากได้รับการแจ้งเตือนจากหน่วยงานภาครัฐให้ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กรมอนามัย ได้สั่งการทีม SEhRT ศูนย์อนามัยประสานการทำงานร่วมกับทีม SEhRT ระดับพื้นที่ เตรียมความพร้อมป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ จัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม และสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า สถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งอาจส่งผลให้สภาพแวดล้อมเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคในอาหาร น้ำใช้ และน้ำดื่ม รวมถึงห้องน้ำห้องส้วมไม่สามารถใช้งานได้ อาจทำให้เกิดการขับถ่ายลงสู่แหล่งน้ำและเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค นอกจากนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังโรคฉี่หนูและอุบัติเหตุจากไฟฟ้าดูด จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ระมัดระวังการสัมผัสน้ำท่วมขัง ดูแลอาหารและน้ำดื่มให้สะอาด และใส่ใจสุขภาพกลุ่มเสี่ยงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ทั้งนี้ ทีม SEhRT ทุกระดับ ร่วมเฝ้าระวังและจัดการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม สื่อสารความเสี่ยงและให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการดูแลสุขอนามัยและสุขภาพตนเองอย่างถูกต้องและปลอดภัยในช่วงสถานการณ์ดังกล่าว

กรมอนามัยห่วงใยประชาชน เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก ดูแลสุขอนามัย ป้องกันภัยสุขภาพ