กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชวนผู้ประกอบการใช้เกณฑ์จำแนกอาหารตามมาตรฐานโภชนาการของประเทศไทย หรือ Thailand Nutrient Profiling Model (Thailand NPM) เพื่อปรับสูตรผลิตภัณฑ์ อาหารลดน้ำตาล โซเดียม และไขมันอิ่มตัว เพิ่มวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เป็นทางเลือกอาหารและเครื่องดื่มให้เหมาะสมสำหรับเด็กและประชาชน

Friday 14 August 2026 16:56
กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาโรคอ้วนในเด็กเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการกินอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูง จากการศึกษาคุณภาพด้านโภชนาการของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย พบว่า ผลิตภัณฑ์จำนวนมากมีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูงกว่าระดับที่แนะนำตามเกณฑ์มาตรฐานโภชนาการของ WHO กรมอนามัยจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ หรือ Product Reformulation ด้วยการลดน้ำตาล โซเดียม และไขมันอิ่มตัว และเพิ่มส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ เช่น ใยอาหาร โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพด้านโภชนาการมากขึ้น

นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า Thailand NPM เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินและจำแนกผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มตามคุณภาพด้านโภชนาการ โดยดูทั้งพลังงาน น้ำตาล ไขมันอิ่มตัว โซเดียม และสารอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยกำหนดค่ามาตรฐานแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะและรูปแบบการบริโภคของอาหารแต่ละกลุ่ม อีทั้ง กรมอนามัยยังคงแนะนำแนวทางด้านโภชนาการในประเทศไทยตามข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพดีของคนไทย (FBDGs) โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 5-6 ช้อนชา หรือ 20-24 กรัมต่อวัน น้ำมันไม่เกิน 3-4 ช้อนชา หรือ 15-20 กรัมต่อวัน และเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา หรือโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

นายแพทย์อรรถสิทธิ์ แดงมณี ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กล่าวว่า Thailand NPM ที่ใช้ในท้องตลาด ได้แก่ ขนมขบเคี้ยวประเภทมันฝรั่งทอด (30 กรัม) ควรมีพลังงานไม่เกิน 100 กิโลแคลอรี ไขมันไม่เกิน 2 กรัม น้ำตาลไม่เกิน 2 กรัม และโซเดียมไม่เกิน 100 มิลลิกรัม เครื่องดื่มธัญพืชและนมถั่วเหลือง (200 มิลลิลิตร) ควรมีพลังงานไม่เกิน 80 กิโลแคลอรี ไขมันไม่เกิน 6 กรัม น้ำตาลไม่เกิน 10 กรัม และโซเดียมไม่เกิน 80 มิลลิกรัม ส่วน ขนมหวาน เช่น ช็อกโกแลต (50 กรัม) และไอศกรีมขนาด 80 กรัม ควรมีพลังงานไม่เกิน 100 กิโลแคลอรี ไขมันไม่เกิน 6 กรัม น้ำตาลไม่เกิน 10 กรัม และโซเดียมไม่เกิน 45 มิลลิกรัม ขนมอบ (50 กรัม) ควรมีพลังงานไม่เกิน 100 กิโลแคลอรี ไขมันไม่เกิน 3 กรัม น้ำตาลไม่เกิน 3 กรัม และโซเดียมไม่เกิน 100 มิลลิกรัม และ นมปรุงแต่งหรือนมเปรี้ยว (200 กรัม) ควรมีพลังงานไม่เกิน 140 กิโลแคลอรี น้ำตาลไม่เกิน11 กรัม และไขมันไม่เกิน 8 กรัม

ทั้งนี้ กรมอนามัย โดยสำนักโภชนาการพร้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในการประยุกต์ใช้เกณฑ์มาตรฐานโภชนาการ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพด้านโภชนาการที่เหมาะสม เพื่อร่วมกันเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานโภชนาการ สร้างทางเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs ยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กไทยและประชาชน ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานโภชนาการสากล

กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs
กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs
กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs