นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามีความภาคภูมิใจที่งาน ART UNIVERSE สามารถเป็นพื้นที่เชื่อมโยงศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ นักสะสม ผู้ประกอบการ และผู้สนใจงานศิลปะได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยหัวใจสำคัญของการจัดงานคือการแสดงให้เห็นว่า "งานศิลป์" สามารถต่อยอดเป็น "สินทรัพย์" ได้ หากศิลปินมีความรู้ความเข้าใจเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา สามารถบริหารจัดการสิทธิ และนำผลงานไปสร้างมูลค่าในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและ AI เข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์มากขึ้น การคุ้มครองและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ศิลปินสามารถรักษาสิทธิและต่อยอดผลงานของตนเองได้อย่างยั่งยืน
นางอรมน กล่าวว่า กรมฯ ได้เนรมิตพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ของ Cloud 11 ให้เป็น "Art & IP Creative Space" พื้นที่สร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญา เปิดโอกาสให้ประชาชน ศิลปิน นักสะสม และผู้ประกอบการ ได้สัมผัสคุณค่าของงานศิลปะและเรียนรู้แนวทางต่อยอดสร้างมูลค่าทางธุรกิจ ผ่านโซนต่างๆ ประกอบด้วย โซน Trendy Gallery ที่รวบรวมผลงานของศิลปินชั้นครูและศิลปินร่วมสมัยของไทย อาทิ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ รวมถึงผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ที่ได้รับความสนใจจากตลาด อาทิ Molly เจ้าของคาแรกเตอร์ Crybaby, MACKCHA เจ้าของคาแรกเตอร์ Chalotte, SUNTUR และ Alex Face สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของผลงานศิลปะไทยและศักยภาพในการสร้างมูลค่า
ขณะที่โซน Exhibition จัดแสดงผลงานของศิลปินไทยหน้าใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน 50 ผลงาน ประกอบด้วย งานจิตรกรรม 23 ผลงาน งานประติมากรรม 6 ผลงาน งานภาพพิมพ์ 11 ผลงาน และงานสื่อผสม 10 ผลงาน เปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้นำเสนอผลงาน พร้อมสร้างโอกาสในการเชื่อมโยงกับผู้ชม นักสะสม และตลาดศิลปะสำหรับ โซน Sculpture ได้นำเสนอผลงานประติมากรรมร่วมสมัยขนาดใหญ่ที่สะท้อนความหลากหลายของรูปแบบและแนวคิดทางศิลปะร่วมสมัย โซน Gallery จัดแสดงผลงานของแกลเลอรีรับเชิญและกลุ่มศิลปินอิสระ เช่น ผลงานจาก Give Me Museum กลุ่มศิลปินตลาดนัดจตุจักร กลุ่มทำงานศิลปะไทยร่วมสมัย และกลุ่มสตรีทอาร์ต ร่วมด้วย โซน Art Story ถ่ายทอดผลงานศิลปะและเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจโดยกลุ่มศิลปินเด็กพิเศษ พร้อมจำหน่ายสินค้าจากงานศิลปะ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม
ด้านโซน Auction Showcase เปิดโอกาสให้ผู้สนใจและนักสะสมได้เข้าถึงผลงานระดับ Masterpieces ที่มีความโดดเด่นและควรค่าแก่การสะสม โดยจัดการประมูลสุดยอดผลงานศิลปะ 12 ชิ้น จากฝีมือของศิลปินระดับบรมครูและศิลปินร่วมสมัยรุ่นใหม่ ได้แก่ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต, อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี, อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อาจารย์ทวี รัชนีกร, อาจารย์ลาวัณย์ อุปอินทร์, อาจารย์เฉลิม นาคีรักษ์, SUNTUR, KARMS, MACKCHA, CRYBABY MOLLY, TEERAPON SISUNG และ CHEESE ARNON โดยสามารถสร้างมูลค่าจากการประมูลรวมทั้งสิ้น 5,045,000 บาท สะท้อนถึงความสนใจของนักสะสมและศักยภาพของผลงานศิลปะไทยในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ศิลปินยังได้แสดงเจตนารมณ์ในการนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการประมูลบริจาคให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้ด้อยโอกาส และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนด้านกิจกรรม Workshop สร้างประสบการณ์ด้านศิลปะ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ที่สร้างสีสันและความคึกคักให้กับงานได้เป็นอย่างมาก โดยมีประชาชนและผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะเข้าร่วมกิจกรรมเต็มทุกรอบ อาทิ การวาดเส้นด้วยเทคนิคดินสอขาว โดยอาจารย์ประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์ การสอนแกะไม้ โดยอาจารย์ชนาธิป ชื่นบำรุง กิจกรรม Lego Paint และกิจกรรม Paint by Number ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้กระบวนการสร้างสรรค์งานศิลปะจากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญโดยตรงแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนที่มีต่องานศิลปะ และการเปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึง เรียนรู้ และมีส่วนร่วมกับงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน บนเวที Main Stage เป็นพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมเสวนาจากศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ศิลปินและผู้สร้างสรรค์ตระหนักถึงแนวทางการเปลี่ยนผลงานสร้างสรรค์ให้เกิดมูลค่าในเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่การบริหารจัดการลิขสิทธิ์ การสร้างรายได้จากคาแรกเตอร์ ไปจนถึงเรื่อง Resale Right หรือสิทธิในส่วนแบ่งจากการขายต่อผลงานศิลปะ รวมทั้งการรับมือกับความท้าทายจากเทคโนโลยี AIสำหรับโซนให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องตลอดการจัดงาน โดยผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำแนะนำครอบคลุมตั้งแต่การคุ้มครองและบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การบริหารจัดการลิขสิทธิ์ การจัดทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) ตลอดจนแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยให้ศิลปินและผู้ประกอบการสามารถวางแนวทางในการสร้างสรรค์ คุ้มครอง และต่อยอดผลงานได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังมีบูธจากหน่วยงานพันธมิตรด้านกฎหมาย ด้านการลงทุนที่เข้าร่วมให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างองค์ความรู้และเพิ่มความพร้อมให้แก่ผู้สร้างสรรค์ สามารถนำผลงานไปต่อยอดและพัฒนาเป็นโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของงาน ART UNIVERSE คือ การประกวดผลงานศิลปะของศิลปินหน้าใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 578 ผลงานจากทั่วประเทศ
ผลการตัดสิน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน "LOOP" ของศิลปิน Juthamanee Diloksopon รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน "We are made by our past" ของศิลปิน Korn Neeyabhan และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน "วิถีชีวิตชนบทท้องถิ่นใต้ร่วมสมัย" ของศิลปิน Wannawit Patteep และผลงาน "This Stone Can Save You" ของศิลปิน Apicha Wannakasin โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้มอบรางวัลให้แก่ศิลปินที่ได้รับรางวัล ท่ามกลางความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สะท้อนถึงศักยภาพของศิลปินไทยและความหลากหลายของงานศิลปะร่วมสมัยที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้ทุกเพศทุกวัยสำหรับศิลปิน Juthamanee Diloksopon ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดในงาน ART UNIVERSE จะได้รับโอกาสเข้าร่วมงาน Kiaf SEOUL 2026 ณ สาธารณรัฐเกาหลี ในช่วงเดือนกันยายน 2569
พร้อมกันนี้ กรมฯ จะนำผลงานศิลปะของศิลปินไทยอีก 15 ผลงานไปร่วมจัดแสดงในงานดังกล่าวด้วย เพื่อให้ผลงานศิลปะไทยได้เข้าถึงตลาดผู้ชมและนักสะสมต่างประเทศ ตลอดจนให้ศิลปินได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้ และสร้างเครือข่ายกับแวดวงศิลปะระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยต่อยอดผลงานและขยายโอกาสของศิลปินไทย รวมทั้งเปิดมุมมองในการพัฒนาผลงานให้สอดรับกับความต้องการของตลาดและบริบทของวงการศิลปะที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 10 วันของการจัดงาน ART UNIVERSE ระหว่างวันที่ 7-16 สิงหาคม 2569 มีผู้เข้าชมงานกว่า 28,824 คน ประกอบด้วยนักสะสมงานศิลปะ นักลงทุน ผู้ประกอบการ SME ศิลปิน ตลอดจนประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ทั้งการซื้อขายผลงานศิลปะ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ และการประมูลงานศิลปะ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 90 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพและความโดดเด่นของศิลปินไทย ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากล
อธิบดีอรมน กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของงาน ART UNIVERSE ไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้เข้าชมหรือมูลค่าการซื้อขาย แต่คือ "การสร้างโอกาสให้ศิลปินไทยได้เติบโตอย่างเป็นรูปธรรม" ตั้งแต่การเข้าถึงเครือข่ายนักสะสมและผู้ประกอบการ การเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา การต่อยอดผลงานและเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมเดินหน้าสนับสนุนศิลปินและผู้สร้างสรรค์ไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ "ผลงานศิลป์" ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สามารถสร้างมูลค่า และต่อยอดสู่ตลาดศิลปะระดับโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน