นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อภาคการผลิตมากขึ้น ขณะเดียวกันเกษตรกรต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านสภาพแวดล้อม ต้นทุนการผลิต และการแข่งขันทางการตลาด ดังนั้น การยกระดับภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้งทะเล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่เชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ จำเป็นต้องนำข้อมูลมาใช้สนับสนุนองค์ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจด้านการผลิตได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ตั้งแต่การบริหารจัดการฟาร์ม การควบคุมปัจจัยการผลิต ไปจนถึงการประเมินสถานการณ์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแนวทาง Data - Driven Aquaculture ดังนั้น แนวทางสำคัญในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลยุคใหม่ จึงต้องเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล โดยนำข้อมูลด้านคุณภาพน้ำ สภาพแวดล้อม การให้อาหาร สุขภาพสัตว์น้ำ และผลการผลิตมาใช้วิเคราะห์และปรับปรุงการบริหารจัดการฟาร์มให้เหมาะสมกับสถานการณ์ นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรลดความเสี่ยงและบริหารต้นทุนได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่กรมประมงสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์สถานการณ์ เพื่อสนับสนุนและให้คำแนะนำแก่เกษตรกรได้ตรงกับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น
การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลวัตคุณภาพน้ำและเทคโนโลยีดิจิทัลจากภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมถ่ายทอดความรู้ผ่านการบรรยาย อภิปราย สาธิต และฝึกปฏิบัติ โดยผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้ตั้งแต่การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กับงานด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การใช้ Generative AI และการพัฒนาโปรแกรมด้วย AI-assisted Coding หรือ Vibe Coding ตลอดจนฝึกสร้าง Web Application เบื้องต้นสำหรับบริหารจัดการฟาร์ม โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมในระดับสูง ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นระบบบันทึกและจัดเก็บข้อมูลการเลี้ยง ระบบติดตามคุณภาพน้ำ เครื่องมือคำนวณและประเมินข้อมูล ตลอดจน Dashboard สำหรับติดตามผลการผลิต เพื่อเปลี่ยนข้อมูลที่เกิดขึ้นในฟาร์มให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจและนำไปสู่การบริหารจัดการฟาร์มอย่างเป็นระบบ อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของการอบรม คือ การสร้างการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเกษตรกรที่มีประสบการณ์กับเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยเกษตรกรที่ผ่านการเลี้ยงกุ้งมาอย่างต่อเนื่องมีองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากสถานการณ์จริงในฟาร์ม ซึ่งเป็นฐานความรู้สำคัญของภาคการผลิต ขณะที่เกษตรกรรุ่นใหม่มีศักยภาพในการเรียนรู้ เปิดรับ และประยุกต์ใช้ข้อมูล เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI ได้อย่างรวดเร็ว การเชื่อมโยงจุดแข็งของเกษตรกรทั้งสองกลุ่มวัยจึงเป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างรุ่น พร้อมส่งเสริมให้เกิด Smart Farmer รุ่นใหม่ที่เข้าใจทั้งการเลี้ยงจริงและการใช้เทคโนโลยี สามารถนำประสบการณ์จากภาคการผลิตมาผสานกับข้อมูลและเครื่องมือสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการฟาร์มให้มีประสิทธิภาพและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
อธิบดีกรมประมง กล่าวในตอนท้ายว่า กรมประมงคาดหวังให้การฝึกอบรมครั้งนี้นำไปสู่การสร้างต้นแบบเครื่องมือดิจิทัลสำหรับการเลี้ยงกุ้งทะเลที่สามารถนำไปใช้และพัฒนาต่อยอดให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะของเกษตรกรและเจ้าหน้าที่กรมประมงให้สามารถนำข้อมูล AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนแนวคิด "Fisheries Connect for Sustainability" ที่มุ่งเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เกษตรกร ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยไปสู่ Smart Aquaculture เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการประมงไทย และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป