นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ กล่าวว่า "ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศของ GIZ เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์และการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ของ NSM เพื่อถ่ายทอดประเด็นที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย สนุก และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะต้องการให้เยาวชน ครู เกษตรกร ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไป เห็นว่าทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการผลิตข้าวอย่างยั่งยืนได้ ตั้งแต่ต้นทางการผลิต การเลือกบริโภค ไปจนถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยนิทรรศการ 'ข้าวยั่งยืน' ภายในงาน NST Fair 2026 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายองค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง ก่อนต่อยอดผ่านชุดกิจกรรม RICE RANGER นิทรรศการเคลื่อนที่ในกิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. รวมถึงสื่อออนไลน์และบทความวิทยาศาสตร์ เพื่อให้การเรียนรู้สามารถเข้าถึงโรงเรียน ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศได้อย่างต่อเนื่อง"
"NSM เชื่อมั่นว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วม ความร่วมมือกับ GIZ ในครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทำนาข้าวลดโลกร้อนเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความตระหนักรู้ให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของข้าว เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ เกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อม พร้อมนำความรู้ไปต่อยอดสู่การพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของภาคเกษตรไทยและสังคมโลก" นายสุวรงค์ กล่าวเพิ่มเติม
ด้าน ดร.นานา คึนเคล ผู้ประสานงานกลุ่มโครงการเกษตรและอาหาร GIZ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า "GIZ มุ่งสนับสนุนประเทศไทยในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกร ความร่วมมือกับ NSM ในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านข้าวยั่งยืนสู่เยาวชนและสาธารณชนผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เข้าถึงง่าย น่าสนใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อต่อยอดภาคเกษตรกรรมด้วยนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายหลังการจัดแสดงภายในงาน NST Fair 2026 นิทรรศการดังกล่าวจะได้รับการต่อยอดไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ รวมทั้งจังหวัดเชียงรายและจังหวัดอุบลราชธานี ที่โครงการภาคเกษตรของ GIZ กำลังดำเนินงานอยู่ และมีแผนต่อยอดไปอีก 21 จังหวัดในภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างเกษตรกร ผู้บริโภค และคนรุ่นใหม่ หวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนระบบการผลิตข้าวที่ยั่งยืน อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรไทยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว"