สทนช. ร่วมกับหน่วยงาน เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพคาดการณ์และแจ้งเตือน เตรียมพร้อมรับฝนระลอกใหม่ปลายเดือน ส.ค. บริเวณลุ่มน้ำน่าน-โขงตะวันออกเฉียงเหนือ

สทนช. และหน่วยงานด้านน้ำประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ เตรียมเฝ้าระวังฝนเพิ่มช่วง 29 ส.ค. - 1 ก.ย. 69 ในพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน-โขงตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเตรียมรับมือมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน พร้อมเร่งติดตามน้ำต้นทุนและวางแผนจัดสรรน้ำในพื้นที่ฝนตกน้อย เพื่อลดความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ พร้อมเตรียมเสนอ กนช. พิจารณาร่างมาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2569/2570

Tuesday 25 August 2026 17:27
สทนช. ร่วมกับหน่วยงาน เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพคาดการณ์และแจ้งเตือน เตรียมพร้อมรับฝนระลอกใหม่ปลายเดือน ส.ค. บริเวณลุ่มน้ำน่าน-โขงตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 4/2569 โดยมีนายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. และผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่า ในช่วง 7 วันข้างหน้า ปริมาณฝนโดยรวมอาจลดลง แต่ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 29 สิงหาคม - 1 กันยายน 2569 มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนบริเวณลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในส่วนของการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำยม-น่าน ที่ประชุมมอบหมายให้คณะกรรมการลุ่มน้ำพิจารณาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 สำหรับพายุโซนร้อน "นาร์รา" (NARRA) บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของมณฑลกว่างซี ประเทศจีน และคาดว่าจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม พายุอาจส่งผลทางอ้อมให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศ โดยคาดว่าแนวโน้มฝนในพื้นที่ตอนบนและตอนกลางของประเทศจะทยอยลดลงในช่วงปลายเดือนกันยายน ขณะที่พื้นที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569 ทั้งนี้ ปัจจุบัน สทนช. มีการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำเป็นประจำทุกวัน และในช่วงที่มีความเสี่ยงที่ฝนตกหนัก จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อ สทนช. จะประกาศแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานและจังหวัดในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนตามแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์และการแจ้งเตือน เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนสามารถเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และลดผลกระทบจากอุทกภัยให้ได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา พบว่าปริมาณฝนส่วนใหญ่ตกบริเวณพื้นที่ขอบของประเทศ ส่งผลให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและภาคกลาง มีปริมาณน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำต่าง ๆ ค่อนข้างน้อย สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ติดตามปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำทุกขนาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำต้นทุนน้อยและเสี่ยงขาดแคลนน้ำ รวมถึงกำหนดแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน พร้อมกันนี้ เลขาธิการ สทนช. ได้เน้นย้ำให้สำรวจปริมาณน้ำและความจุของแหล่งน้ำขนาดเล็ก โดยนำข้อมูลดาวเทียม จาก GISTDA มาใช้เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล เพื่อประกอบการวางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงปลายฤดูฝนและรองรับฤดูแล้ง ปี 2569/2570 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการ ร่างมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2569/2570 (รายลุ่มน้ำ) ซึ่งได้มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในแต่ละลุ่มน้ำ และได้นำเสนอให้คณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำพิจารณาเรียบร้อยแล้ว โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ สทนช. เสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาต่อไป