ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการเข้าถึงหลายพื้นที่ในจังหวัดน่าน ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำโดรนเข้าร่วมภารกิจส่งสิ่งของจำเป็นและสำรวจพื้นที่ พร้อมนำ True SkyBridge แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ทางอากาศอัตโนมัติที่พัฒนาโดยศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทรู ซึ่งได้เปิดตัวร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเมื่อเดือนที่ผ่านมา เข้าสู่การปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินจริง เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ ข้อมูลจากพื้นที่ และการบริหารจัดการภารกิจไว้บนระบบเดียว เพื่อช่วยให้การปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ครั้งนี้ โจทย์ไม่ได้มีเพียงการนำโดรนขึ้นบินเพื่อส่งสิ่งของเข้าไปยังพื้นที่ที่การเดินทางภาคพื้นดินมีข้อจำกัด แต่คือการทำให้โดรนหลากหลายประเภท หลายเส้นทาง และหลากหลายทีมปฏิบัติงาน สามารถทำงานร่วมกันบนภาพสถานการณ์เดียวกัน ทรูจึงได้นำ True SkyBridge Platform Suite มาใช้งานเต็มรูปแบบ โดยมีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติการเชื่อม 3 ความสามารถสำคัญ ได้แก่ Air Logistics หรือระบบขนส่งทางอากาศ, 3D Aerial Intelligence หรือระบบสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่สามมิติจากอากาศ และ Emergency Command Center หรือศูนย์บริหารจัดการภารกิจฉุกเฉิน เพื่อเชื่อมโยงการส่งความช่วยเหลือ การสำรวจพื้นที่ และการบริหารจัดการภารกิจไว้บนแพลตฟอร์มเดียว
และเมื่อภารกิจครั้งนี้สิ้นสุดลง เทคโนโลยีไม่ได้เดินทางกลับไปพร้อมทีมทรู แต่ทรูได้ส่งมอบ True SkyBridge Emergency Command Center ให้กระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปใช้และต่อยอด เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภารกิจด้านสาธารณสุขและสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า "สถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดน่านครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า เทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเดินทางมีข้อจำกัด การมีแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทั้งการขนส่ง การสำรวจข้อมูล และการบริหารภารกิจ จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ภารกิจครั้งนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและทรู จาก 'ปัวโมเดล' ที่เริ่มต้นทดสอบการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ทางอากาศเมื่อเดือนกรกฎาคม สู่การนำแพลตฟอร์มมาใช้งานจริงในสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้ และที่สำคัญ เทคโนโลยีนี้ไม่ได้จบลงพร้อมกับภารกิจที่น่าน แต่ทรูได้ส่งมอบ True SkyBridge Emergency Command Center ให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้และต่อยอด เพื่อเพิ่มความพร้อมในการดูแลประชาชนในพื้นที่อื่น ๆ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต"
นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ภารกิจที่น่านครั้งนี้คือบทพิสูจน์สำคัญของ True SkyBridge เพราะเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์จำลองอีกต่อไป แต่กำลังนำเทคโนโลยีมาใช้ท่ามกลางเหตุการณ์จริง สิ่งที่เราเห็นชัดคือ ในภาวะฉุกเฉิน เราไม่ได้ต้องการเพียงโดรนที่บินได้ แต่ต้องการแพลตฟอร์มกลางที่ทำให้โดรนหลายประเภท หลายเส้นทาง และผู้ปฏิบัติงานจากหลายฝ่าย สามารถมองเห็นสถานการณ์เดียวกันและทำงานร่วมกันได้ สำหรับทรู นวัตกรรมจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อสามารถนำมาแก้ปัญหาได้จริงในวันที่ประชาชนต้องการ และเมื่อพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างประโยชน์ได้ สิ่งสำคัญคือการทำให้ขีดความสามารถนั้นถูกนำไปใช้ต่อได้ นั่นคือเหตุผลที่เราส่งมอบ Emergency Command Center ให้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เทคโนโลยีนี้ไม่ได้จบลงพร้อมภารกิจที่น่าน แต่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อดูแลประชาชนในสถานการณ์อื่น ๆ ต่อไป"
Emergency in Action — จากโจทย์ที่เคยทดสอบ สู่การรับมือสถานการณ์จริง
เมื่อ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ทรู และภาคีเครือข่าย ได้เริ่มต้น "ปัวโมเดล" ที่จังหวัดน่าน พร้อมทดสอบการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ทางอากาศในสถานการณ์จำลองที่เส้นทางคมนาคมภาคพื้นดินถูกตัดขาด ผ่านภูเขาและพื้นที่เข้าถึงยาก
จากโจทย์ที่ออกแบบไว้สำหรับการรับมือภัยพิบัติ วันนี้ True SkyBridge ถูกนำมาใช้งานในสถานการณ์จริง เมื่ออุทกภัยส่งผลกระทบต่อการเดินทางในจังหวัดน่าน โดยโดรนถูกนำมาใช้ทั้งการขนส่งสิ่งของจำเป็นและการสำรวจพื้นที่ ขณะที่แพลตฟอร์มทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลและการปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการภารกิจได้จากภาพสถานการณ์เดียวกัน นับเป็นอีกก้าวของ True SkyBridge จากการพิสูจน์ว่า โดรนสามารถบินและขนส่งได้ สู่การพิสูจน์ว่า ระบบสามารถทำงานได้จริงภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ฉุกเฉิน
Emergency Command Center — จากบริหารโดรนทีละลำ สู่การมองเห็นทั้งปฏิบัติการจากศูนย์กลางเดียว
ในสถานการณ์ภัยพิบัติ ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงที่การมีโดรนพร้อมใช้งาน แต่อยู่ที่การบริหารโดรนหลายประเภท หลายเที่ยวบิน หลายเส้นทาง และผู้ปฏิบัติการหลายฝ่าย ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
True SkyBridge Emergency Command Center จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางในการรวบรวมและบริหารข้อมูลการปฏิบัติการ ตั้งแต่สถานะและความพร้อมของอากาศยาน เส้นทางและพื้นที่ปฏิบัติการ ลำดับเที่ยวบิน ประเภทสิ่งของที่ขนส่ง ไปจนถึงสถานะของแต่ละภารกิจ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นภาพรวมและติดตามการปฏิบัติการจากศูนย์กลางเดียว
ด้วยแนวคิด Multi-Drone - Multi-Purpose - One Platform ระบบยังได้รับการออกแบบให้รองรับอากาศยานและผู้ปฏิบัติการที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับโดรนของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง ทำให้สามารถเลือกใช้อากาศยานให้เหมาะกับระยะทาง น้ำหนักบรรทุก สภาพพื้นที่ และวัตถุประสงค์ของแต่ละภารกิจ ซึ่งนับเป็นการยกระดับจากการ "บริหารโดรนทีละลำ" สู่การ "บริหารเครือข่ายการปฏิบัติการทางอากาศในภาวะฉุกเฉิน" บนแพลตฟอร์มเดียว
3D Aerial Intelligence — จาก "ส่งความช่วยเหลือ" สู่ "ดวงตาบนท้องฟ้า"
อีกหนึ่งความสามารถสำคัญที่นำมาใช้ในภารกิจครั้งนี้ คือ "3D Aerial Intelligence" ซึ่งขยายบทบาทของโดรนจากการขนส่งไปสู่การเป็น "ดวงตาบนท้องฟ้า" ผ่านการสำรวจทางอากาศและการทำแผนที่สามมิติ หรือ "3D Mapping" ระบบสามารถสร้างข้อมูลพื้นที่จากมุมสูง เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นสภาพพื้นที่ จุดที่เข้าถึงยาก และข้อมูลที่จำเป็นต่อการประเมินสถานการณ์และวางแผน โดยช่วยลดความจำเป็นในการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจพื้นที่เสี่ยงในขั้นแรก
True SkyBridge จึงสามารถทำงานได้สองทิศทางพร้อมกัน คือ 1. Deliver — นำความช่วยเหลือเข้าไป ผ่าน Air Logistics สำหรับขนส่งยา เวชภัณฑ์ อาหาร และสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่การเดินทางภาคพื้นดินมีข้อจำกัด และ 2.Survey — นำข้อมูลกลับมาเพื่อช่วยการตัดสินใจผ่าน Aerial Survey และ 3D Mapping เพื่อเพิ่มการมองเห็นสถานการณ์จากพื้นที่จริงก่อนเชื่อมข้อมูลและการปฏิบัติการทั้งหมดกลับเข้าสู่ "Emergency Command Center" เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเห็นภาพรวมและบริหารจัดการจากศูนย์กลางเดียว
ภารกิจจบ แต่แพลตฟอร์มยังอยู่ — ส่งต่อขีดความสามารถให้ระบบสาธารณสุข
หลังการปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดน่าน ทรูได้ส่งมอบ True SkyBridge Emergency Command Center ให้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดกับภารกิจตามความจำเป็นในอนาคต
ด้วยการออกแบบในลักษณะ Open Platform ระบบสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับอากาศยานและผู้ปฏิบัติการที่หลากหลาย และสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อเชื่อมโยงกับโรงพยาบาล หน่วยบริการสาธารณสุข จังหวัด และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ในอนาคต เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบเทคโนโลยี แต่คือการส่งต่อขีดความสามารถใหม่ให้ระบบสาธารณสุข เพื่อให้พร้อมนำมาใช้ในวันที่ประชาชนและประเทศต้องการ
จาก Innovation สู่ Infrastructure — เทคโนโลยีที่พร้อมทำงานเมื่อประเทศต้องการ
True SkyBridge พัฒนาขึ้นโดยมองผลลัพธ์ที่มากกว่าตัวเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างขีดความสามารถใหม่ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
- เพื่อประชาชน — เพิ่มโอกาสให้ยา เวชภัณฑ์ และสิ่งจำเป็นเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- เพื่อแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข — เพิ่มเครื่องมือในการส่งทรัพยากรและรับข้อมูลจากพื้นที่เพื่อประกอบการตัดสินใจ
- เพื่อโรงพยาบาลและจังหวัด — ขยายขีดความสามารถด้าน Medical Logistics พร้อมเพิ่มการมองเห็นสถานการณ์และการบริหารทรัพยากรในภาวะฉุกเฉิน
- เพื่อประเทศ — วางรากฐานของ Autonomous Air Logistics และ Aerial Intelligence Infrastructure ที่สามารถต่อยอดสู่การสาธารณสุข การรับมือภัยพิบัติ และการบริหารจัดการพื้นที่ในอนาคต
สำหรับทรู โครงสร้างพื้นฐานในโลกยุคใหม่ไม่ได้หมายถึงเพียงเครือข่ายที่เชื่อมต่อผู้คน แต่รวมถึงการนำ Connectivity, Data, AI และ Innovation มาทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับประเทศ และเปลี่ยนนวัตกรรมจากสิ่งที่ "ทดลองได้" ให้กลายเป็นสิ่งที่ "พร้อมใช้ได้จริงในวันที่ประเทศต้องการ"