สำหรับ JARTON การคัดเลือกเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ไม่ได้พิจารณาเพียงฟังก์ชันการทำงานหรือรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ลงลึกไปถึงรายละเอียดทางวิศวกรรมตั้งแต่แผงวงจร PCBA และชิปเซ็ต (Chipset) ไปจนถึงเฟิร์มแวร์ (Firmware) ทั้งหมด งาน SEMICON Taiwan จึงเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้ JARTON ได้ติดตามเทคโนโลยีล่าสุดของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก และนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยที่ตอบโจทย์หน่วยงานความมั่นคง ภาครัฐ และภาคเอกชนของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีที่ JARTON มองหาและนำมาพัฒนาต่อยอดครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่ม ได้แก่
- เครื่องเอกซเรย์ตรวจสัมภาระ (X-ray Baggage Scanner)
- อุโมงค์ตรวจจับโลหะอัจฉริยะ (AI Walk-through Metal Detector)
- เครื่องตรวจหาร่องรอยวัตถุระเบิด (Explosive Trace Detector: ETD)
- ระบบตรวจสอบระเบิดใต้ท้องรถ (Under Vehicle Inspection System: UVIS)
- กล้องติดตัวเจ้าหน้าที่ (Body Camera)
- ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (AI CCTV)
- ระบบควบคุมการเข้า-ออก (Access Control)
- แพลตฟอร์มบริหารเมืองอัจฉริยะ (JARTON City OS)
JARTON ไม่ได้เลือกใช้เพียงเทคโนโลยีที่ดี แต่มุ่งคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วโลก มาพัฒนา ประกอบ ทดสอบ และควบคุมคุณภาพภายในโรงงานของบริษัทเอง บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ในจังหวัดนครปฐม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกผลิตภัณฑ์ที่ออกจากสายการผลิตของ JARTON ผ่านมาตรฐานระดับสากลก่อนส่งมอบถึงมือลูกค้า
กว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ JARTON ทุกองค์ประกอบต้องผ่านการทดสอบและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานระดับโลกอย่างเข้มงวด ก่อนส่งมอบให้กับหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงงานประชุมระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท การเข้าร่วมงาน SEMICON Taiwan 2026 ในครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ JARTON ในการพัฒนานวัตกรรมความปลอดภัยไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานโลกอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ปรัชญา JARTON I Securing Tomorrow ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 (Since 1978)