นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การขับเคลื่อน "เมืองเดินได้ เมืองสุขภาพดี" จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันออกแบบและใช้ประโยชน์จากพื้นที่เมืองอย่างเหมาะสม ในอนาคต แนวทางการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับการเดินและสุขภาพ อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตในเมือง ที่ไม่เพียงช่วยให้ผู้คนมีสุขภาพดีขึ้น แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่และยั่งยืนสำหรับคนทุกคน กรมอนามัยพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเฉพาะเทศบาลนครและเทศบาลเมือง เพื่อส่งเสริมให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ ที่สามารถนำแนวคิดการออกแบบเมืองที่เอื้อต่อสุขภาพไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และขยายผลไปยังชุมชนและพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
นายแพทย์วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า การพัฒนาเมืองในลักษณะดังกล่าวประชาชนทุกเพศทุกวัยสามารถเดินทาง เดินเล่น ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมทางกายได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเท่าเทียม และยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดฝุ่น PM2.5 การเพิ่มพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และพื้นที่กิจกรรมของชุมชน ยังช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ลดความเครียด สร้างความสัมพันธ์ในสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย และยังมีส่วนสำคัญในการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรค NCDs