ผสานจุดแข็งต่อยอด Circular Economy จากต้นทางถึงปลายทาง
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสร้างระบบนิเวศการรีไซเคิลที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน โดย NEO สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารขยะ ทั้งด้านทรัพยากร องค์ความรู้ การสื่อสาร และการประสานงานกับชุมชน พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่ NEO Circular Waste Hub ขณะที่ GC YOUเทิร์น นำความเชี่ยวชาญและระบบฐานข้อมูลมาช่วยบริหารจัดการตั้งแต่การให้ความรู้ คัดแยก รวบรวม ไปจนถึงการส่งต่อขวดพลาสติกใช้แล้วทั้งประเภทใส (PET) และขุ่น (HDPE) เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลของ ENVICCO โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลในเครือ GC Group
หัวใจสำคัญของโครงการคือการนำระบบดังกล่าวมาเชื่อมต่อกับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยยกระดับ "ธนาคารขยะรีไซเคิล ชุมชนบึงคอไห" สู่ "ศูนย์กลางการจัดการขยะรีไซเคิลของชุมชน" ที่สามารถบริหารจัดการและสร้างประโยชน์ให้สมาชิกได้ในระยะยาว ขยะจากครัวเรือนจะถูกคัดแยกและรวบรวมผ่านธนาคารขยะ ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการที่เหมาะสม โดยพลาสติกใช้แล้วจะถูกส่งให้ ENVICCO แปรรูปเป็น เม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง (Post-consumer Resin) เพื่อนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตบรรจุภัณฑ์ใหม่ในเครือ NEO เช่น บรรจุภัณฑ์แบรนด์ BeNice ขณะที่วัสดุรีไซเคิลประเภทอื่น อาทิ เหล็กและขวดแก้ว จะส่งต่อให้ผู้รับซื้อหรือผู้รีไซเคิลที่เหมาะสมต่อไป
กระบวนการดังกล่าวช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า สอดรับกับแนวทางการพัฒนาบรรจุภัณฑ์คาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Packaging) เป้าหมาย Net Zero Pathway และเตรียมความพร้อมสู่หลักการความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility: EPR)
"The Waste Bank Engine" ธนาคารขยะที่สร้างมากกว่ารายได้
โครงการ "ธนาคารขยะรีไซเคิล ชุมชนบึงคอไห" ออกแบบโดยให้ชุมชนเป็นเจ้าของและบริหารจัดการได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่และการประสานงานจาก องค์การบริหารส่วนตำบลบึงคอไห ขณะที่ ชมรมผู้สูงอายุบึงคอไห และคณะกรรมการธนาคารขยะ ร่วมเป็นกำลังหลักในการดำเนินงาน รับซื้อ ชั่งน้ำหนัก คัดแยก และบันทึกข้อมูลผ่าน GC YOUเทิร์น โดยรายได้ที่เกิดขึ้นจากการจำหน่ายวัสดุรีไซเคิลจะถูกเปลี่ยนเป็นเงินออมและต่อยอดสู่สวัสดิการของสมาชิก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้สูงอายุในท้องถิ่นอีกด้วย
คุณกัสมา ธรฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบรรจุภัณฑ์และพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "NEO ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าร่วมกัน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การจัดตั้ง 'ธนาคารขยะรีไซเคิล ชุมชนบึงคอไห' จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อสังคม แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ Circular Economy เกิดขึ้นได้จริง ผ่านความร่วมมือของภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชุมชน โครงการนี้จะช่วยลดปริมาณขยะในพื้นที่ พร้อมเปลี่ยนขยะให้เป็นเงินออมและสวัสดิการชุมชน และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม"
ศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะของชุมชน เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
คุณกิจชัย เฉลิมสุขสันต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและการขาย กลุ่มลูกค้าแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวเสริมว่า "GC YOUเทิร์น เชื่อว่าการจัดการพลาสติกใช้แล้วให้เกิดผลจริง ไม่สามารถทำได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง การมี NEO เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ทำให้เราสามารถเชื่อมความร่วมมือตั้งแต่ภาคธุรกิจไปถึงชุมชน และนำความเชี่ยวชาญของ GC YOUเทิร์น มาช่วยให้พลาสติกที่ถูกคัดแยกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม ธนาคารขยะบึงคอไหจึงเป็น Proof Point แรกของความร่วมมือที่เราอยากต่อยอดไปในส่วนอื่นๆ ต่อไป"
คุณยงยุทธ หว่างปัญญา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบึงคอไห กล่าวว่า "การมีระบบที่ชัดเจนและมีพาร์ทเนอร์เข้ามาช่วยเชื่อมต่อการจัดการวัสดุรีไซเคิล ทำให้ชุมชนสามารถเริ่มต้นคัดแยกจากครัวเรือนได้ง่ายขึ้น เราหวังว่าธนาคารขยะแห่งนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และขยายการมีส่วนร่วมไปยังครัวเรือน โรงเรียน วัด และเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่"
คุณสุดรัก แจ้งรู้สุข ประธานธนาคารขยะรีไซเคิลชุมชนบึงคอไห และเป็นผู้แทนชมรมผู้สูงอายุบึงคอไห กล่าวว่า "สำหรับชุมชน ขยะที่เคยมองว่าไม่มีค่า วันนี้สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้และเงินออมได้ ที่สำคัญคือคนในชุมชนได้เข้ามาช่วยกันบริหารจัดการด้วยตัวเอง ผู้สูงอายุก็มีบทบาทและสามารถสร้างคุณค่าให้กับชุมชน เราอยากให้ธนาคารขยะเป็นกิจกรรมที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและเห็นประโยชน์กลับมาสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม"
จากความสำเร็จแรกสู่การขยายผล
"ในก้าวต่อไป NEO และภาคีเครือข่ายตั้งเป้าที่จะพัฒนาธนาคารขยะรีไซเคิลชุมชนบึงคอไหให้เป็นศูนย์การเรียนรู้และชุมชนต้นแบบ พร้อมขยายเครือข่ายไปยังโรงเรียน วัด และชุมชนข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มปริมาณวัสดุรีไซเคิลที่หมุนเวียนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต ควบคู่กับการพัฒนาระบบการทำงานให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เข้มแข็ง และสร้างการเติบโตร่วมกันระหว่างธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน" คุณกัสมา กล่าวสรุป