ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (ทีทีบี) ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด (ทีทีบี เวลธ์) จัดงาน Exclusive ttb wealth event ภายใต้หัวข้อ "How to Survive Global Turbulence and Thailand's Lost Decade : ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจโลกผันผวน และทศวรรษที่หายไปของไทย" เปิดมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุน พร้อมนำเสนอแนวทางบริหารความมั่งคั่งและโอกาสลงทุนทั่วโลก ผ่าน Wealth Ecosystem โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Schroders และ บลจ.อีสท์สปริง ถ่ายทอดมุมมองตั้งแต่ภาพรวมเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุน ไปจนถึงแนวทางจัดพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยง เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงมุมมองและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถนำไปวางโครงสร้างพอร์ตให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินในระยะยาวพร้อมทั้งเปิดตัวโซลูชันการลงทุนระดับโลกที่ตอบโจทย์ลูกค้า UHNW ที่ต้องการลงทุนในตลาดต่างประเทศ
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวเปิดงานในหัวข้อ "How to Survive Global Turbulence and Thailand's Lost Decade" ว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความไม่แน่นอนจากสงครามการค้า มาตรการภาษี ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ขณะที่เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยมีการเติบโตอย่างจำกัดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กรณีศึกษาของประเทศญี่ปุ่นยังสะท้อนให้เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานสามารถส่งผลต่อการสร้างและรักษาความมั่งคั่งได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แม้โลกการลงทุนจะเปิดกว้างมากขึ้น ข้อมูลจาก Goldman Sachs เปิดเผยว่านักลงทุนไทยส่วนใหญ่ยังคงมีลักษณะ Home Bias หรือการกระจุกตัวของสินทรัพย์อยู่ในประเทศค่อนข้างสูง โดยสินทรัพย์ที่ลงทุนในต่างประเทศคิดเป็นเพียงประมาณ 10% ของสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนทั้งหมด ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าหลายประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) รวมถึงประเทศในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว ยิ่งตอกย้ำว่าการกระจายการลงทุนทั้งข้ามประเทศและข้ามประเภทสินทรัพย์เป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างและรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว
"ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การพึ่งพาโอกาสการลงทุนภายในประเทศเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างและรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว นักลงทุนไทยจึงควรมองไกลกว่าขอบเขตเดิม เปิดโอกาสการลงทุนในตลาดโลก เพื่อเพิ่มทางเลือก ลดข้อจำกัดของการลงทุน และสร้างโอกาสให้ความมั่งคั่งเติบโตได้อย่างยั่งยืน" นายปิติ กล่าว
นายธเนศ ภู่ตระกูล อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (Group CFO) และกรรมการบริหาร (Executive Board) ของ ING Group ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวในหัวข้อ "Global Banking Perspective : Building Wealth Resilience in an Uncertain World" ว่า การสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินในยุคแห่ง Permanent Uncertainty ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอย่างถาวร ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและการออกแบบพอร์ตให้มีความยืดหยุ่น โดยนักลงทุนควรมองปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคให้รอบด้าน กระจายการลงทุนทั้งภูมิศาสตร์ สินทรัพย์ และสกุลเงิน ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องและหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage มากเกินไป เพื่อให้พอร์ตสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ โดยนักลงทุนควรจับตา 4 ปัจจัยสำคัญที่กำลังเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจและการลงทุนโลก ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านของโลกาภิวัตน์ ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงและโอกาสจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งกำลังเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนสำคัญของโลก และความก้าวหน้าของ AI ที่กำลังทำให้การเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ และโอกาสการลงทุนเป็นเรื่องที่เปิดกว้างสำหรับคนจำนวนมากขึ้น
"เราไม่สามารถคาดการณ์ทุกความผันผวนหรือทุกวิกฤตที่จะเกิดขึ้นได้ แต่สามารถออกแบบพอร์ตให้พร้อมรับมือได้เสมอ ความเสี่ยงสำคัญในโลกปัจจุบันคือการกระจุกตัวของการลงทุนในประเทศ สกุลเงิน หรือสินทรัพย์เพียงไม่กี่ประเภท การสร้างความยืดหยุ่นผ่านการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาและต่อยอดความมั่งคั่งในระยะยาว"
ช่วงเสวนา "Global Insight & Diversification : From Asset Allocation to Global Wealth Solutions"
นายนาวิน อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การลงทุนและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ทีทีบี และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการในปัจจุบันไม่ใช่เพียงทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย แต่คือความมั่นใจจากข้อมูลและมุมมองที่รอบด้าน โดย ทีทีบี เวลธ์ สามารถนำมุมมองการลงทุนระดับโลกจากพันธมิตร เช่น Schroders และ Eastspring มายกระดับความแข็งแกร่งและพัฒนาข้อเสนอด้านการบริหารความมั่งคั่งเพื่อรองรับความต้องการและเป้าหมายด้านการลงทุนที่มีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้นของลูกค้า ทั้งนี้ การบริหารพอร์ตต้องมองภาพรวมทั้งความเสี่ยงจากการกระจุกตัว โอกาสจากตลาดต่างประเทศ เพื่อถ่ายทอด Global Insight ให้เป็นคำแนะนำที่ใช้ได้จริง และโซลูชันการลงทุนระดับสากลมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของนักลงทุนไทยเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น
ทางด้าน Katherine Cox, Head of Client Group, South Asia & Global Official Institutions, Schroders กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง Schroders และ ทีทีบี เวลธ์ เป็นการวางรากฐานระยะยาวเพื่อให้ลูกค้าไทยได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลก การกระจายความเสี่ยง การบริหารพอร์ตเชิงรุก และการวางแผนความมั่งคั่ง โดยผสานจุดแข็งด้านความเข้าใจลูกค้าและตลาดไทยของ ทีทีบี เวลธ์ เข้ากับแพลตฟอร์มการลงทุน งานวิจัย และประสบการณ์ระดับโลกของ Schroders ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของโลกที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 200 ปี บริหารสินทรัพย์รวมกว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
Petr Kocourek, Multi-Asset Fund Manager, Schroders กล่าวว่า ข้อมูลจาก Schroders Global Investor Insights Survey 2026 ระบุว่า นักลงทุนสถาบัน 85% ทั่วโลก และ 87% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดว่าตลาดในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะมีความผันผวนมากขึ้น ยิ่งชี้ให้เห็นว่าการกระจายความเสี่ยงยังเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุน แต่ต้องมองให้ลึกกว่าการถือครองสินทรัพย์หลายประเภท โดยต้องพิจารณาความเสี่ยงจากการกระจุกตัวภายในแต่ละสินทรัพย์ รวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและโอกาสจากตลาดทั่วโลก พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงขาลง เพื่อให้พอร์ตสามารถเติบโตและรักษาความมั่งคั่งได้ผ่านวัฏจักรตลาดที่แตกต่างกัน
นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงแนวคิด Real Diversification ว่า การกระจายความเสี่ยงที่แท้จริงต้องพิจารณาทั้งโครงสร้างและพฤติกรรมของพอร์ต เพื่อไม่ให้การลงทุนที่ดูเหมือนกระจายความเสี่ยงกลับกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์หรือหุ้นบางกลุ่มมากเกินไป โดยการบริหารพอร์ตเชิงรุก (Active Management) และการเลือกสินทรัพย์ที่มีพฤติกรรมแตกต่างกัน สามารถช่วยเติมเต็มโครงสร้างพอร์ตและลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวได้ ยกตัวอย่าง Convertible Bond หรือหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยผสานคุณลักษณะของตราสารหนี้และหุ้นเข้าด้วยกัน ทำให้พอร์ตไม่พึ่งพาแหล่งผลตอบแทนเพียงด้านเดียว และช่วยสร้างความสมดุลระหว่างโอกาสการเติบโตและการบริหารความเสี่ยง ด้วยแนวคิดดังกล่าว Eastspring จึงได้พัฒนากองทุน ES-MAGIC โดยเป็นกองทุน Exclusive ที่เปิดโอกาสให้เฉพาะลูกค้า ทีทีบี เวลธ์ ให้สามารถเข้าถึงแนวทางการลงทุนที่เน้นการกระจายความเสี่ยงอย่างแท้จริง
เสวนาช่วง "Global Wealth Solutions & Exclusive Privileges" นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จำกัด กล่าวว่า ในโลกที่การบริหารความมั่งคั่งมีความซับซ้อนมากขึ้น ลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงผลิตภัณฑ์การลงทุน แต่ต้องการทั้งข้อมูลเชิงลึก คำแนะนำที่น่าเชื่อถือ การเข้าถึงโอกาสการลงทุนระดับโลก และการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติได้จริง ทีทีบี และ ทีทีบี เวลธ์ จึงร่วมกับพันธมิตรระดับโลกสร้าง Wealth Advisory Ecosystem เพื่อสนับสนุนลูกค้าในทุกช่วงของการสร้างความมั่งคั่ง ตั้งแต่การเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนทั่วโลก (Gateway to a World of Opportunities) การนำเสนอโซลูชันด้านความมั่งคั่งแบบองค์รวม (Holistic Wealth Solutions) ไปจนถึงการดูแลผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยแนะนำและวางแผนการลงทุนอย่างใกล้ชิด (Expert Advisory Model)
โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญของการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวคือการมี Core Portfolio ที่แข็งแกร่งเป็นรากฐานของพอร์ตการลงทุน จึงเป็นที่มาของการร่วมพัฒนา ZEAL Global Portfolio Allocation (Portfolio Advisory) ขึ้นเพื่อเป็น Core Portfolio Solution สำหรับลูกค้า Ultra High Net Worth ลงทุนเริ่มต้น 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงการบริหารพอร์ตแบบมืออาชีพผ่านความร่วมมือกับทีมงาน Multi-Asset ของ Schroders
นางสาวณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่มกลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี กล่าวว่า ที่ ทีทีบี เรามุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต ผ่าน Wealth Ecosystem ที่เชื่อมโยงโซลูชันทางการเงินอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเราเชื่อว่าการดูแลความมั่งคั่งในปัจจุบันต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญ การเข้าถึงโอกาสการลงทุนที่หลากหลาย และการคัดสรรโซลูชันที่ดีที่สุดจากพันธมิตรชั้นนำ เพื่อส่งมอบ Best-in-Class Wealth Solutions ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิตได้อย่างเหมาะสม
ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง ทีทีบี และ ทีทีบี เวลธ์ ธนาคารจึงเดินหน้ายกระดับทั้งประสบการณ์การดูแลลูกค้าและสิทธิประโยชน์ให้เชื่อมโยงเป็นระบบนิเวศเดียวกัน โดยลูกค้าสามารถนำยอดรวมสินทรัพย์ภายใต้ผลิตภัณฑ์ที่กำหนดของทั้งสององค์กร อาทิ เงินฝาก ประกัน กองทุนรวม หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง และ ZEAL มานับรวมภายใต้ Wealth Ecosystem เดียว เพื่อยกระดับสถานะและรับสิทธิประโยชน์ที่สูงขึ้นผ่าน ttb privilege ในระดับ Reserve Gold, Reserve Platinum และ Reserve Diamond
การจัดงานครั้งนี้สะท้อนแนวทางของ ทีทีบีและ ทีทีบี เวลธ์ ในการยกระดับการบริหารความมั่งคั่งจากการเลือกผลิตภัณฑ์ไปสู่ Global Wealth Advisory ที่ผสานมุมมองเศรษฐกิจ ความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน การกระจายความเสี่ยง และผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงโอกาสการลงทุนจากทั่วโลก พร้อมวางโครงสร้างพอร์ตให้แข็งแกร่งและต่อยอดความมั่งคั่งได้อย่างเหมาะสมในระยะยาว
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงเป็นการลงทุนที่มีความซับซ้อนและความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป ผู้ลงทุนมีความจำเป็นในการขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากธนาคารก่อนตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต / เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
หมายเหตุ : ข้อมูลอ้างอิงจาก Goldman Sachs Global Investment Research แหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ และข้อมูลตลาดที่เกี่ยวข้อง ณ วันที่จัดทำรายงาน