โอสถสภาต่อยอดรากฐาน 135 ปี สู่ Manufacturing Excellence เสริมศักยภาพการผลิต รองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดฐานการผลิตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องในโอกาสครบรอบ 135 ปี เผย "System Behind the Growth" หรือระบบเบื้องหลังการเติบโตของโอสถสภา ตั้งแต่ศักยภาพการผลิต การบริหารระบบซัพพลายเชน ไปจนถึงการบูรณาการความยั่งยืนสู่ทุกมิติของการดำเนินงาน สะท้อนการวางรากฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมความคล่องตัว และสร้างความพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

Thursday 10 September 2026 14:39
โอสถสภาต่อยอดรากฐาน 135 ปี สู่ Manufacturing Excellence เสริมศักยภาพการผลิต รองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

สำหรับโอสถสภา "สินค้า" คือสิ่งที่ผู้บริโภคมองเห็น ขณะที่ "ระบบเบื้องหลัง" คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตและส่งมอบคุณค่าได้อย่างต่อเนื่อง ตลอด 135 ปี โอสถสภาไม่เพียงพัฒนาพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงของตลาด แต่ยังลงทุนพัฒนาขีดความสามารถเบื้องหลังธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Manufacturing, Supply Chain, Digital, People และ Sustainability ให้ทำงานเชื่อมโยงกันเป็นระบบ

System Behind the Growth จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนากระบวนการหลังบ้าน แต่คือ Operating Foundation ที่ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารต้นทุนและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตอบสนองตลาดได้รวดเร็ว พร้อมต่อยอดและขยายการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

Strategic Production Centralization รวมศักยภาพการผลิต สร้างระบบที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ System Behind the Growth คือการยกระดับ Manufacturing Excellence ผ่านแนวทาง Strategic Production Centralization โดยโอสถสภามุ่งเชื่อมโยงศักยภาพด้านการผลิตภายใต้มาตรฐานและเป้าหมายเดียวกัน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารทรัพยากร กำลังการผลิต และการลงทุน ตลอดจนลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการและสร้างความได้เปรียบจาก Economies of Scale ควบคู่กัน บริษัทเดินหน้ายกระดับกระบวนการผลิตด้วย Automation และ Continuous Improvement เพื่อเพิ่มผลิตภาพ รักษามาตรฐานและคุณภาพสินค้า พร้อมสร้างความสามารถในการบริหารต้นทุนอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน

การเชื่อมโยงฐานการผลิตเข้ากับระบบคลังสินค้าและ Logistics ยังช่วยให้การเคลื่อนย้ายและกระจายสินค้ามีความคล่องตัวมากขึ้น รองรับการส่งมอบสินค้าไปยังตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ฐานการผลิตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียง "ผลิตสินค้า" แต่เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญที่เชื่อมโยง คุณภาพ ต้นทุน ความรวดเร็ว และความพร้อมในการรองรับการเติบโต เข้าด้วยกัน

Supply Chain Resilience เชื่อมทุกจุดให้ Growth เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

หาก Manufacturing คือรากฐานของการผลิต Supply Chain คือระบบที่เชื่อมโยงสินค้าจากโรงงานไปสู่ตลาดและผู้บริโภค โอสถสภาจึงมุ่งสร้าง Supply Chain Resilience ผ่านการเชื่อมโยงการวางแผน การผลิต คลังสินค้า และการกระจายสินค้าอย่างเป็นระบบ

เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ และเพิ่มความพร้อมรับมือกับความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ความต้องการของตลาด ตลอดจนปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายคือการสร้าง Supply Chain ที่ Agile, Integrated และ Resilient สามารถรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ พร้อมตอบสนองต่อความต้องการและโอกาสทางการตลาดได้อย่างรวดเร็ว เพราะสำหรับโอสถสภา ความแข็งแกร่งของ Supply Chain ไม่ได้วัดเพียงว่าสามารถส่งสินค้าได้หรือไม่ แต่คือความสามารถในการทำให้ธุรกิจ เดินหน้าต่อได้แม้ในภาวะที่ตลาดและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลง

6 Growth Engines เชื่อมทุกศักยภาพให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

System Behind the Growth ยังทำหน้าที่เชื่อมโยง 6 Growth Engines ของโอสถสภาให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบ ประกอบด้วย

  • Product Portfolio - สร้างพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งและตอบโจทย์ผู้บริโภค
  • Route to Market - เพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงตลาดและผู้บริโภค
  • Manufacturing Efficiency - ยกระดับการผลิตให้มีผลิตภาพและพร้อมรองรับการขยายตัว
  • Supply Chain Resilience - สร้างความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • Sustainable Development - ขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่กับการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน
  • Digital & People Transformation - ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และศักยภาพของบุคลากรเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กร

ทั้ง 6 กลไกไม่ได้ทำงานแยกออกจากกัน แต่เชื่อมโยงเป็นระบบเดียว ตั้งแต่การสร้างผลิตภัณฑ์ การเข้าถึงตลาด การผลิต การส่งมอบ ไปจนถึงเทคโนโลยี บุคลากร และความยั่งยืน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพที่โอสถสภาสั่งสมมาเป็น ความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว

คุณมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ตลอด 135 ปีที่ผ่านมา โอสถสภาเติบโตเคียงคู่สังคมไทยผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แต่เบื้องหลังการเติบโตนั้นคือระบบและ
ขีดความสามารถขององค์กรที่ต้องพัฒนาไปพร้อมกัน สำหรับเรา การสร้าง System Behind the Growth จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มศักยภาพของโรงงาน แต่คือการทำให้ทั้งการผลิต ซัพพลายเชน เทคโนโลยี บุคลากร และความยั่งยืนทำงานเชื่อมโยงกัน เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัว สามารถแข่งขัน และพร้อมรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต"

Sustainability: วางความยั่งยืนไว้ในระบบ เพื่อให้ Growth เดินหน้าได้อย่างมั่นคง

System Behind the Growth ของโอสถสภาไม่ได้มุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นระบบที่สามารถ เติบโตได้อย่างรับผิดชอบและยั่งยืน บริษัทจึงผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินงาน ตั้งแต่การผลิต การใช้ทรัพยากร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บุคลากร ไปจนถึง Supply Chain

ภายใต้ OSP Sustainability Purpose และ Sustainability Framework & Goals 2026-2030 โอสถสภาวางกรอบการดำเนินงานครอบคลุม 4 มิติสำคัญ ได้แก่ Corporate Sustainability การดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง, Business Sustainability การบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว, Environmental Sustainability การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และ Human Sustainability การสร้างคุณค่าผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร

กรอบดังกล่าวถูกถ่ายทอดสู่เป้าหมายที่วัดผลได้และเชื่อมโยงกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเฉพาะในภาคการผลิต ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อาทิ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ลง 50% จากปีฐาน 2565 เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 17% มุ่งสู่บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ 100% ในกรณีที่เทคโนโลยีรองรับ และเก็บกลับเศษแก้วสะสม 625,000 ตัน ตลอดจนเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero GHG Emissions by 2050

คุณสาโรจน์ อินทพันธุ์ Head of External Affairs and Sustainability บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
"ความยั่งยืนสำหรับโอสถสภาไม่ใช่กิจกรรมที่แยกออกจากธุรกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว เราจึงมุ่งนำ Sustainability เข้าไปอยู่ในวิธีคิดและการตัดสินใจ ตั้งแต่การผลิต การใช้ทรัพยากร ผลิตภัณฑ์ บุคลากร ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ทุกการเติบโตทางธุรกิจสามารถสร้างคุณค่าควบคู่ไปกับผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้การดำเนินธุรกิจที่ยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย"
จากรากฐาน 135 ปี สู่ระบบที่พร้อมรองรับการเติบโตบทต่อไป

จากรากฐานที่สั่งสมมาตลอด 135 ปี สู่การสร้าง System Behind the Growth ที่พร้อมสำหรับอนาคต โอสถสภายังคงพัฒนาทั้งสินค้า ระบบการผลิต ซัพพลายเชน เทคโนโลยี บุคลากร และความยั่งยืนให้ทำงานเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัว แข่งขันได้ และพร้อมต่อยอดโอกาสใหม่ ๆ เพราะการเติบโตของโอสถสภาไม่ได้หมายถึงเพียงการ "โตได้" แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ธุรกิจ "โตได้อย่างแข็งแกร่ง ต่อเนื่อง และยั่งยืน"

โอสถสภาต่อยอดรากฐาน 135 ปี สู่ Manufacturing Excellence เสริมศักยภาพการผลิต รองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
โอสถสภาต่อยอดรากฐาน 135 ปี สู่ Manufacturing Excellence เสริมศักยภาพการผลิต รองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
โอสถสภาต่อยอดรากฐาน 135 ปี สู่ Manufacturing Excellence เสริมศักยภาพการผลิต รองรับการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน