WHART ผู้นำ Logistics Infrastructure เดินหน้าขยายพอร์ต ลงทุน WGCL คลังสินค้าระดับสากล สัญญาเช่า 30 ปี

ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 5.6 หมื่นลบ.- เสริมกระแสเงินสดมั่นคงระยะยาว ดีเดย์เปิดจองรอบ RO วันที่ 21 - 25 ก.ย. และ PO จองซื้อ 28 ก.ย. - 1 ต.ค. นี้

Thursday 10 September 2026 16:17
WHART ผู้นำ Logistics Infrastructure เดินหน้าขยายพอร์ต ลงทุน WGCL คลังสินค้าระดับสากล สัญญาเช่า 30 ปี

กองทรัสต์ WHART ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ (Logistics Infrastructure) เดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเข้าลงทุนใน "WGCL" ศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลบนทำเลยุทธศาสตร์ EEC มาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่ารวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท ชูสินทรัพย์คุณภาพสูงแบบ Built-to-Suit พื้นที่รวม 99,390 ตร.ม. พร้อมสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี เสริมความมั่นคงของกระแสรายได้และกระจายฐานผู้เช่าสู่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมทะลุ 56,000 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้าน Logistics Infrastructure พร้อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทนระยะยาว เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มทุน ผู้ถือหน่วยเดิมจอง 21 - 25 ก.ย. และประชาชนทั่วไป 28 ก.ย. - 1 ต.ค. 2569 นี้

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) "WHA Group" เปิดเผยในฐานะผู้สนับสนุนกองทรัสต์ (Sponsor) และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เชื่อมโยงภาคการผลิต การค้า และการลงทุนของประเทศไทยเข้ากับ ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนรูปแบบการค้าและการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานเติบโตอย่างต่อเนื่อง

WHA Group มีความพร้อมในการรองรับโอกาสดังกล่าว ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในการพัฒนาโครงการโลจิสติกส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า ผสานกับจุดแข็งของระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยง 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภคและพลังงาน ดิจิทัลโซลูชัน และธุรกิจโมบิลิตี้ ทำให้บริษัทสามารถนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการเติบโตของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

นอกจากนี้ WHA Group ยังมีความได้เปรียบจากการพัฒนาโครงการบนทำเลยุทธศาสตร์ ด้านอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่บางนา-ตราด และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเชื่อมโยงฐานการผลิต ท่าเรือ สนามบิน และโครงข่ายคมนาคมหลักทำให้ บริษัทสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ภาคการผลิต เคมีภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภคและค้าปลีก ไปจนถึงอีคอมเมิร์ซ และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำ สะท้อนบทบาทของ WHA Group ในฐานะผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานของประเทศ

ในฐานะ Sponsor และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ WHA Group พร้อมสนับสนุนการเติบโตของกองทรัสต์ WHART อย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาและนำเสนอสินทรัพย์คุณภาพเข้าสู่กองทรัสต์ เพื่อยกระดับศักยภาพและสร้างความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตการลงทุน โดยการนำเสนอโครงการ ดับบลิวจีซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล ดิสทริบิวชั่น เซ็นเตอร์ (WGCL IDC) ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ดับบลิวเอชเอ จีซี โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง WHA Group และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนความสามารถของ WHA Group ในการพัฒนาสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พร้อมต่อยอดสินทรัพย์ในระบบนิเวศของกลุ่มไปสู่การสร้างมูลค่าให้แก่กองทรัสต์ และผู้ถือหน่วยทรัสต์ ในระยะยาว

"WHA Group มองว่าการพัฒนา Logistics Infrastructure ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างพื้นที่ คลังสินค้าหรือศูนย์กระจายสินค้า แต่คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจ และสนับสนุนให้ห่วงโซ่อุปทานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนำเสนอ WGCL IDC ให้แก่กองทรัสต์ WHART จึงเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการเติบโตร่วมกันระหว่าง WHA Group และ WHART ผ่านการส่งต่อสินทรัพย์คุณภาพเข้าสู่กองทรัสต์ เพื่อเสริความแข็งแกร่งของพอร์ตและสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว" นางสาวจรีพร กล่าว

นายศุภศิษย์ สิทธเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ WHART เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้าในประเทศยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สอดรับการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อรูปแบบการบริโภคและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่โลจิสติกส์ และศูนย์กระจายสินค้าคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยดังกล่าวถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อศักยภาพการเติบโต ของกองทรัสต์ WHART ในระยะยาว โดย WHART มุ่งเน้นการลงทุนในทรัพย์สินด้านโลจิสติกส์ที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอ พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้และกระแสเงินสดที่มีความสม่ำเสมอในระยะยาว

ล่าสุดกองทรัสต์ WHART เตรียมเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนเพิ่มเข้าลงทุนในโครงการ WGCL IDC มูลค่าลงทุนรวมไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทรัพย์สินคุณภาพ ที่จะเข้ามาเสริมศักยภาพและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตของกองทรัสต์ WHART ด้วยการ เป็นศูนย์กระจายสินค้าระดับสากลประเภท Built-to-Suit คุณภาพสูง สำหรับรองรับความต้องการ เฉพาะของผู้เช่า ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์ สะท้อนกลยุทธ์การลงทุนของ WHART ที่มุ่งเน้นคัดเลือกทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกองทรัสต์ในระยะยาว

โครงการ WGCL IDC มีพื้นที่รวมประมาณ 99,390 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์พื้นที่ EEC มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมและปิโตรเคมีที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งยังมีสัญญาเช่าระยะยาวถึง 30 ปี กับผู้เช่าซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำ สะท้อนถึงศักยภาพของทรัพย์สิน ในการสร้างรายได้จากค่าเช่าอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความชัดเจนของรายได้ระยะยาวให้กับกองทรัสต์ ดังนั้นการมี WGCL IDC เข้ามาในพอร์ตจึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มขนาดทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายฐานทรัพย์สินไปสู่อุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ตั้งแต่ภาคการผลิตการจัดเก็บสินค้า ไปจนถึงการกระจายสินค้า

การลงทุนใน WGCL IDC ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกองทรัสต์ WHART เพราะนอกจากจะได้สินทรัพย์ Built-to-Suit คุณภาพสูงบนทำเลยุทธศาสตร์แล้ว ยังมีสัญญาเช่าระยะยาวถึง 30 ปีแล้วซึ่งจะช่วยสร้างความชัดเจนและเสถียรภาพของกระแสรายได้ในระยะยาว และถือเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของกองทรัสต์อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ การเข้าลงทุนดังกล่าวยังตอกย้ำบทบาทของกองทรัสต์ WHART ในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ "Logistics Infrastructure" ที่มีช่วยสนับสนุนการเติบโต ของภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ถือเป็นกลไกสำคัญของระบบโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในยุคการเติบโตของ E-Commerce ส่งผลให้ทรัพย์สินของกองทรัสต์รองรับ Real Demand หรือความต้องการเช่าจากการใช้งานจริงที่แข็งแกร่ง และสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้และกระแสเงินสดชัดเจน ในระยะยาว ที่พร้อมสร้างประโยชน์ตอบแทนที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่จากการเข้าลงทุนใน WGCL IDC แล้วเสร็จ WHART จะมีพื้นที่เช่าภายใต้ การบริหารมากกว่า 2 ล้านตารางเมตร และมูลค่าทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 56,000 ล้านบาท จากการเข้าลงทุนสินทรัพย์ใหม่มูลค่าไม่เกิน 2,507.60 ล้านบาท โดยทรัพย์สินทั้งหมดของ WHART ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศ อาทิ โซนบางนา-ตราด, เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ซึ่งล้วนเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงและมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับด้านคมนาคมขนส่งครอบคลุม

ด้าน นายสาวิตร ศรีศรันยพงศ์ ผู้บริหารกลุ่มงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า ในด้านภาวะตลาด ภาวะการลงทุนในประเทศไทยยังคงเอื้อต่อการลงทุนใน REIT โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ REIT กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะยาว หรือ Yield Spread ยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ สะท้อนให้เห็นว่า REIT ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่มองหากระแสรายได้จากการลงทุนในระยะยาว แม้ราคาหน่วยทรัสต์ในตลาดรองอาจมีความผันผวนตามภาวะตลาดและความคาดหวังต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั้งในและต่างประเทศแต่ปัจจัยพื้นฐานของกองทรัสต์ ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด และการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ลงทุนควรใช้ประกอบการพิจารณา

นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า WHART เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระแสรายได้จากเงินปันผลในระยะยาว ด้วยพื้นฐาน ที่แข็งแกร่งจากการลงทุนในทรัพย์สินประเภทคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าคุณภาพในทำเลยุทธศาสตร์ มีฐานผู้เช่าที่มีคุณภาพและมีความหลากหลาย รวมถึงมีประวัติการดำเนินงานและการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองทรัสต์มีอันดับเครดิตในระดับ A และได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและฐานธุรกิจของ WHA Group ซึ่งช่วยสนับสนุนศักยภาพการเติบโตของกองทรัสต์ในระยะยาว

สำหรับการเพิ่มทุนครั้งนี้ WHART จะออกและเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนในมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 1,416 ล้านบาท โดยภายหลังการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมคาดว่ากองทรัสต์จะมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วยประมาณ 0.783 บาทต่อหน่วย อ้างอิงจากงบกำไรขาดทุนและการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนตามสถานการณ์สมมติสำหรับรอบระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 ซึ่งได้รับการให้ความเชื่อมั่นโดยบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด หรือ คิดเป็นประมาณการอัตราจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประมาณ 7.05% ต่อปี (คำนวณจากราคาเสนอขายสูงสุดที่ 11.10 บาทต่อหน่วย) และด้วยศักยภาพในการสร้างกระแสรายได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับคุณภาพทรัพย์สินและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง WHART จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับการสร้างกระแสรายได้และกระจายพอร์ตในระยะยาว

สำหรับรายละเอียดการจองซื้อ ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิจองซื้อ สามารถจองซื้อได้ระหว่าง วันที่ 21-25 กันยายน 2569 ที่ราคาเสนอขายสูงสุด 11.10 บาทต่อหน่วย และหากราคาเสนอขายสุดท้ายต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด ผู้จองซื้อจะได้รับคืนส่วนต่างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ส่วนการเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป หรือ Public Offering จะเปิดจองซื้อระหว่าง วันที่ 28 กันยายน - 1 ตุลาคม 2569 ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป โดยผู้ลงทุนสามารถจองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน K-PLUS และสาขาธนาคารกสิกรไทย ตามเงื่อนไขที่กำหนด

WHART ผู้นำ Logistics Infrastructure เดินหน้าขยายพอร์ต ลงทุน WGCL คลังสินค้าระดับสากล สัญญาเช่า 30 ปี
WHART ผู้นำ Logistics Infrastructure เดินหน้าขยายพอร์ต ลงทุน WGCL คลังสินค้าระดับสากล สัญญาเช่า 30 ปี
WHART ผู้นำ Logistics Infrastructure เดินหน้าขยายพอร์ต ลงทุน WGCL คลังสินค้าระดับสากล สัญญาเช่า 30 ปี