Krungthai CIO ชี้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง รับแรงกดดันบอนด์ยีลด์พุ่ง-น้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ แนะทยอยสะสมหุ้นคุณภาพ หลัง Fed ชี้ชัดทิศทางดอกเบี้ย

Krungthai CIO มองตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังเผชิญแรงกดดัน จากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่พุ่งเข้าใกล้ 5% และราคาน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะกลยุทธ์ระยะสั้นทยอยเปิดรับความเสี่ยง เข้าสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง พร้อมรักษาสภาพคล่องบางส่วน เพื่อรอประเมินทิศทางดอกเบี้ย หลังประชุม FOMC สัปดาห์นี้

Tuesday 15 September 2026 12:08

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ 14 - 18 กันยายน 2569 ว่า ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.8% Nasdaq ลดลง 0.7% และ Dow Jones ลดลง 1.6% จากแรงกดดันของราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงการปรับคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวสวนทาง จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่ม Memory และ Semiconductor โดยนักลงทุนยังให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการชัดเจน มากกว่าการเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง

ด้านตลาดตราสารหนี้และโภคภัณฑ์ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปี ปรับขึ้น 19 bps สู่ 4.97% จากแรงกดดันเงินเฟ้อและ Fiscal risk ขณะที่บอนด์ยีลด์ไทย 10 ปี เพิ่มขึ้น 11 bps สู่ 2.35% ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่ง 8.7% และ 9.4% สู่ 104.6 และ 100.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ จากความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนราคาทองคำลดลง 1.8% สู่ 4,349 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังยีลด์ที่สูงบดบัง Safe-haven demand

Krungthai CIO ยังคงให้น้ำหนักหุ้นมากกว่าระดับ Neutral ในระยะกลาง ส่วนระยะสั้นแนะทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Quality Growth, Semiconductor และตลาดหุ้นเอเชียเหนือ ที่มีปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้าง โดยแบ่งจังหวะลงทุน พร้อมกระจายความเสี่ยงใน Core Portfolio และใช้กลุ่ม Healthcare ลดความผันผวนใน Satellite Portfolio รวมถึงกลุ่ม พลังงาน เพื่อรับมือราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูง

สำหรับตราสารหนี้ แนะนำลงทุนในตราสารอายุสั้นถึงปานกลางเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของบอนด์ยีลด์ พร้อมใช้ทองคำช่วยกระจายความเสี่ยง โดยจับตาผลประชุม FOMC เป็นปัจจัยสำคัญ หาก Dot Plot ชี้อัตราดอกเบี้ยสิ้นปีที่ 4.00-4.25% สามารถทยอยเพิ่มน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงสูงได้ แต่หากอยู่ที่ 4.25-4.50% หรือบอนด์ยีลด์เร่งตัวขึ้นแรง ควรรักษาสภาพคล่องต่อไป เพื่อรอตลาดปรับ Valuation ก่อน

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุม FOMC วันที่ 16 กันยายน เพื่อจับตาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยว่า เป็นมาตรการเชิงป้องกัน หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) วันที่ 17 กันยายน ซึ่งคาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75% และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 18 กันยายน ซึ่งคาดขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.25% โดยตลาดจับตาสัญญาณนโยบายการเงินจากธนาคารกลางหลักทั้งสามแห่ง