เอเชียแปซิฟิกขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินโลก คาดต้องการเครื่องบินใหม่ 19,120 ลำ

รายงานคาดการณ์ตลาดโลกฉบับล่าสุดของแอร์บัส (Global Market Forecast: GMF 2026-2045) ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก1 จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกในช่วงสองทศวรรษข้างหน้า

Tuesday 15 September 2026 16:06
เอเชียแปซิฟิกขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินโลก คาดต้องการเครื่องบินใหม่ 19,120 ลำ

ปริมาณการเดินทางทางอากาศของผู้โดยสารในภูมิภาคคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate: CAGR) ที่ร้อยละ 5.1 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ร้อยละ 3.9 ส่งผลให้ปริมาณการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตลอดช่วงเวลาที่คาดการณ์ โดยคาดว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะมีความต้องการเครื่องบินโดยสารใหม่จำนวน 19,120 ลำ คิดเป็นร้อยละ 45 ของความต้องการเครื่องบินใหม่ทั่วโลกทั้งหมด 42,060 ลำในช่วงเวลาดังกล่าว

จากความต้องการเครื่องบินโดยสารใหม่จำนวน 19,120 ลำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตลอดสองทศวรรษข้างหน้า ประมาณหนึ่งในสามจะเป็นความต้องการเพื่อทดแทนเครื่องบินเดิม ขณะที่ส่วนที่เหลือจะเป็นความต้องการเพื่อรองรับการเติบโต โดยมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งนี้ ภายในปี พ.ศ. 2588 คาดว่าประชากรที่มีรายได้ระดับปานกลางในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านคน ประกอบกับการขยายตัวของความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การเดินทางทางอากาศมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองทางสังคมและเศรษฐกิจ

เมื่อพิจารณาตามประเภทขนาดของเครื่องบิน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะครองสัดส่วนการส่งมอบเครื่องบินลำตัวกว้างมากที่สุด โดยมีความต้องการเครื่องบินใหม่จำนวน 3,420 ลำ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของเครื่องบินลำตัวกว้างใหม่ทั้งหมดทั่วโลก

แอร์บัสมีความพร้อมอย่างยิ่งในการตอบสนองความต้องการเครื่องบินลำตัวกว้างของสายการบินต่าง ๆ ด้วย เอ330นีโอ (A330neo) และเครื่องบินตระกูล เอ350 (A350) โดยในช่วงสามปีที่ผ่านมา เครื่องบินทั้งสองรุ่นมีส่วนช่วยให้แอร์บัสเพิ่มสัดส่วนยอดคำสั่งซื้อเครื่องบินลำตัวกว้างที่รอส่งมอบในภูมิภาคเป็นร้อยละ 50 ขณะที่ A350 ได้รับการยอมรับอย่างชัดเจนว่าเป็นตัวเลือกที่สายการบินในภูมิภาคให้ความไว้วางใจสำหรับเที่ยวบินระยะไกลข้ามทวีป สำหรับเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดของแอร์บัส เอ350-1000 (A350-1000) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกโดยธรรมชาติสำหรับการทดแทน 777-300ER

ความต้องการเครื่องบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงมุ่งเน้นไปที่เครื่องบินลำตัวแคบเป็นหลัก โดยคาดว่าจะมีความต้องการเครื่องบินขนาด 100-244 ที่นั่ง จำนวน 15,700 ลำภายในปี พ.ศ. 2588 สะท้อนถึงการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศและภายในภูมิภาค ซึ่งขับเคลื่อนจากทั้งการทดแทนฝูงบินเดิมและการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารในระยะยาว

การเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินแห่งใหม่อย่างมีกลยุทธ์ ควบคู่กับการนำเครื่องบินลำตัวแคบที่มีพิสัยการบินไกลและรองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย เช่น เอ321เอ็กซ์แอลอาร์ (A321XLR) และ เอ220 (A220) มาให้บริการ ซึ่งช่วยเปิดเส้นทางบินเชื่อมต่อระหว่างเมืองใหม่ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านศูนย์กลางการบินขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม และเชื่อมโยงเมืองรองเข้าด้วยกัน

A220 กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในการขยายเครือข่ายเส้นทางบิน ด้วยการช่วยให้เส้นทางบินใหม่ที่มีปริมาณผู้โดยสารไม่สูงสามารถเปิดให้บริการได้อย่างคุ้มค่า โดยปัจจุบัน A220 มีส่วนช่วยเปิดเส้นทางบินใหม่แล้วมากกว่า 400 เส้นทางทั่วโลก สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอร์บัสมองเห็นศักยภาพที่แข็งแกร่งในการขยายเครือข่ายเพิ่มเติม โดย A220 สามารถช่วยเปิดเส้นทางบินเชื่อมต่อคู่เมืองใหม่ที่ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงได้มากกว่า 800 คู่เมือง

อานันด์ สแตนลีย์ (Anand Stanley) ประธานแอร์บัสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า "เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายเส้นทางบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงรูปแบบการเชื่อมต่อระหว่างกัน นอกเหนือจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเครือข่ายเส้นทางบินระยะไกลแล้ว สายการบินต่าง ๆ กำลังขยายการเชื่อมต่อออกจากรูปแบบเครือข่ายการบินผ่านศูนย์กลางแบบดั้งเดิม เพื่อเชื่อมโยงเมืองรองเข้ากับเศรษฐกิจโลกโดยตรง ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องบินเจเนอเรชันล่าสุด สายการบินในภูมิภาคกำลังปรับโฉมแผนที่การเชื่อมต่อทางอากาศ พร้อมขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจในระยะยาวของภูมิภาค"

ณ สิ้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 มีสายการบิน 119 แห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้บริการเครื่องบินพาณิชย์ของแอร์บัสจำนวน 5,000 ลำ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 58 และมีคำสั่งซื้อเครื่องบินที่รอการส่งมอบในอนาคตอีกเกือบ 3,500 ลำ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 61 ของยอดคำสั่งซื้อที่รอส่งมอบของผู้ผลิตเครื่องบินทุกรายในตลาดเครื่องบินเจ็ตขนาดมากกว่า 100 ที่นั่ง